SMOOTH E ACNE EXTRA SENSITIVE CLEANSING GEL

1

ฮัลโหลลล สวัสดีค่าทุกคน วันนี้มาพบกับเนิสแบบ Blog บ้างเนอะ จากที่เห็นค่าตามหัวข้อเลย วันนี้เนิสจะมารีวิว Smooth E Acne Extra Sensitive Cleansing Gel เป็นเจลล้างหน้าแบบเนื้อเจลใสๆนะคะ ใครที่ติดตามฮาวทูของเนิสตั้งแต่แรกๆจะเห็นเลยว่าเนิสใช้สมูทอีมาตลอดค่ะ คือเป็นแฟนคลับของสมูทอีตั้งแต่ ม.4 ไม่ว่าจะเป็นครีมทาหน้า ครีมทาตัว หน้าและผิวรอดมาถึงทุกวันนี้เพราะสมูทอีเป็น เวชสำอางค์ จึงมั่นใจ ใช้มานานจริงๆ ไม่ได้โม้ คือรักมาก คอยติดตามโปรดักที่ออกใหม่ของเค้าอยู่เรื่อยๆ จนวันนี้เจอตัวที่น่าสนใจอีกตัว ซึ่งก็คือเจ้าเจลล้างหน้าตัวนี้แหละ ใครอยากรู้ keep reading!!

2


Smooth E Acne Extra Sensitive Cleansing Gel

เวชสำอางเจลล้างหน้าสำหรับคนหน้ามัน หรือคนที่มีปัญหาสิว ซ้ำๆซากๆ ที่เป็นๆหายๆ เป็นสูตรอ่อนโยนพิเศษสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ซึ่งเนิสว่ามันดีมากๆ ครอบคลุมทุกสภาพผิวเลย

คุณสมบัติหลักๆของเจ้าตัวนี้ก็คือ
เป็นเจลใส 100% Non-Ionic อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทิ้งสารตกค้างบนผิว ผิวนุ่มไม่แห้งตึง และมีสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยในเรื่องการขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกไป เผยผิวใสดูสุขภาพดี สูตรนี้เหมาะมากสำหรับคนแพ้ง่ายและคนหน้ามัน รอยสิวจะไม่กลายเป็นสิวขรุขระหลังใช้แน่นอนค่ะ

6

5

foil ปิดฝาหลอด

3


ส่วนผสมหลักๆคือ  

1. Glycolic acid ที่ช่วยสลายสิ่งสกปรก เช่น เหงื่อไคล คราบเหงื่อ ช่วยป้องกันการอุดตันของรูขุมขน
2. Salicylic acid เป็นสารละลายได้ดีในน้ำมัน oil-soluble ช่วยล้างไขมันที่รูขุมขนให้หลุดออก ช่วยลดการอุดตันของสิว และทำให้ไม่เกิดสิวอีก รูขุมขนจะค่อยๆเล็กลง
3. Algae extract & Vitamin E สารสกัดจากสาหร่ายทะเล ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว ผสานผิวหน้า หรือร่องรอยของสิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น ช่วยคงความชุ่มชิ้นให้ผิวไม่แห้งตึง

.

อันนี้เนิสก็จะมาทดสอบให้ดูกันนะคะว่าล้างแล้วเป็นยังไงบ้าง

7

8

เนื้อเจลใสๆ ตอนเอามือวนๆรู้สึกสบายหน้ามากกกก กลิ่นหอมแบบคลีนๆตามสไตล์ Smooth E ค่ะ
นวดๆวนๆอยู่สักพักก็ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด

9

พอล้างปุ๊บคือรู้สึกเลยว่าหน้าสะอาดขึ้น คือดีย์ แบบเนิสเคยใช้พวกเจลล้างหน้าเหมือนกัน แต่ไม่รู้สึกสะอาดเท่าสมูทอีเลยยย มันจะแบบยังลื่นๆเหมือนล้างหน้าไม่สะอาดอ่ะ แต่สมูทอีคือล้างหน้าแล้วหน้าไม่ลื่น หน้านุ่ม สะอาด แต่ก็ไม่แห้งเอี๊ยดๆถือว่าเจลตัวนี้โอเคมากค่า เนิสให้ผ่านนน

10

มาสรุปความพึงพอใจนะคะ

กลิ่น 5/5 คือเป็นกลิ่นคลีนๆตามแบบฉบับของสมูทอี
ความสะอาด 5/5 เพราะล้างหน้าแล้วรู้สึกสะอาดจริงๆ ใครที่คิดว่า เจล ล้างหน้าแล้วไม่สะอาด แนะนำให้ลองตัวนี้แล้วจะรักค่ะ เพราะเนิสเองก็ใช้โฟมมาตลอด แต่ตอนนี้เทใจให้เจลของสมูทอีไปแล้ว
ราคา มี 2 ขนาด 1 oz. ราคา 99 บาท / 4 oz. ราคา 330 บาท

สรุปสั้นๆ
ว่า เจลตัวนี้ลดผิวมัน สิวซ้ำซาก รูขุมขนเล็กลง คงความชุ่มชื้น ฟื้นฟูสภาพผิว คนมีสิว หรือ พร้อมมีสิวตลอดเวลา (สิวเป็นๆหายๆ) ใช้ได้

มีจำหน่ายที่ร้านขายยา , ห้างสรรพสินค้า และ 7-Eleven ทุกสาขา ค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมนะคะ ไว้เจอกันใหม่รีวิวหน้าค่า
Camera : Olympus EPL-7 / Canon60D

 

 

review contact lens kitty kawaii x mimi by toni สายแบ๊ว สายฝรั่งไม่ควรพลาด | part 2

1

สวัสดีค่าาาาาา หลังจากที่รีวิวคอนแทคเลนส์ไปรอบแรกทั้งหมด 10 คู่ ของแบรนด์ Kitty Kawaii และ Mimi by Toni ซึ่งเป้นแบรนด์ที่หลายๆคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว วันนี้เนิสก็จะมารีวิวให้ดูกันอีกทั้งหมด 10 คู่เลยค่าาา ต้องขอขอบพระคุณทางแบรนด์มากๆนะคะที่ส่งคอนแทคเลนส์ถาดเบอเริ่มมาให้เนิส ทำให้เนิสได้มีโอกาสเลือกคู่ที่ชอบ เลือกสีลายแปลกๆ มาใส่ให้เพื่อนๆได้ดูกัน

2

ราคาก็จะอยู่ที่ประมาณ 150 – 250 บาท/คู่ ค่ะ ราคาไม่แพงเลย หนึ่งคู่ใช้แค่หนึ่งเดือนก็ควรทิ้งได้แล้ว เพราะถ้านานกว่านี้อาจจะไม่ดีกับดวงตาของเรานะคะ อย่าลืมค่ะ ใส่คอนแทคเลนส์ ต้องรักษาความสะอาดให้มากๆ

.
.
เนิสเป็นคนตาเล็ก ก็จะใส่คอนแทคเลนส์ที่ขนาดใหญ่มากไม่ได้
ขนาดที่ใส่ประจำก็คือ dia 14 – 14.5 ประมาณนี้ค่ะ แต่บางยี่ห้อหรือบางเลนส์ เขียนไว้ว่า 14.5 ก็จริง
แต่ก็เนิสก็ยังรู้สึกว่าใหญ่ไปสำหรับเนิสอยู่ดี
.
3

คอนแทคเลนส์มีผลกับการเปลี่ยนลุคมากๆ เพราะถ้าใส่สีน้ำตาล นัวๆก็จะทำให้ดูเป็นสาวหวาน
แต่ถ้าใส่สีเทาอ่อนๆ ก็จะทำให้ดูแซ่บสไตล์ฝรั่ง ดังนั้นการเลือกสีหรือลายคอนแทคเลนส์จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
ลองมาดูทั้ง 10 คู่ในวันนี้กันค่ะ เผื่อมีคู่ไหนลายไหนที่ถูกใจ

1. Kitty Kawaii Jewel 3 tone gray 14.5
เป็นรุ่นสีเทาที่สวยมากค่ะ แต่ใหญ่ไปนิดนึงสำหรับตาดำของเนิส เลยทำให้มันดูมีขอบเหลือๆ

1

2. Kitty Kawaii Thumbelina gray 14.5
อันนี้เป็นสีเทาที่มีลวดลายหน่อย ใส่แล้วตาดูปริ๊งประกาย คนตาโตๆใส่แล้วน่าจะสวยกว่าเนิสมาก

2

3. Kitty Kawaii Crystal Japan brown 14.5
มันออกสีทองมากกว่าน้ำตาลซะอีก ใส่แล้วมีความปริ๊งประกายเช่นกันน ภาพนี้ยิ้ม+มองแรงด้วย 55

3

4. Kitty Kawaii Cupid gray 14.5
ชอบคู่นี้มากกกกกก งานตาฝรั่ง งานพอดีกับตาดำเก๊าเลย

4

5. Kitty Kawaii Cocoro gray 14.5
คู่นี้ก็ดีงามนะจ้า คือมีหลายสีผสมกัน แต่ใส่แล้วก็โอเคเลย ตาไม่ผี ยังแบ๊วได้อยู่

5

6. Mimi by Toni Colornine green 14.5
เป็นสีเขียวที่เขียวได้ใจ และสวยมากกกกกกกกกก ใส่แล้วแบบเป็นฝรั่งตาเขียว

6

7. Mimi by Toni Victoria gold 14.5
อันนี้เป็นสีทองที่ใส่ง่ายมาก เพราะมันกลืนไปกับสีตา ทำให้ออกเป้นสีน้ำตาลไบร์ทๆ

7

8. Mimi by Toni Vivien blue 14.5
สีน้ำเงินรุ่นนี้ใส่แล้วก้สีชัดมากค่า แอบมีการไล่สีเหลืองด้วยนิดๆ

8

9. Mimi by Toni Nudy brown 14.5
สายแบ๊วคาวาอิ ต้องยกให้รุ่นนี้เลยค่ะ ถ้าทำท่าแบ๊วนี่ก้สาวญี่ปุ่นละอ้ะะะะ

9C

10. Mimi by Toni Baby Xilene gold 14.2
ขอกรี๊ดรุ่นนี้ค่ะ ชอบมากกกก ธรรมชาติมากกกกแต่สวยย เหมาะกับใส่ได้ในทุกๆวัน ตาดูหวานด้วย

10

เสร็จไปแล้วสำหรับรีวิวทั้ง 10 คู่นะค๊าา
ใครชอบ หรือสนใจคู่ไหนก็ลองดูนะคะ เผื่อถูกใจ หวังว่ารีวิวนี้จะมีประโยชน์กับคนที่สนใจค่ะ

MIX

.
.
ไว้เจอกันรีวิวหน้าจ้า ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมค่ะ
camera : Canon60D / Olympus EPL-7

รีวิวแป้งผสมรองพื้น Baby Puff ไม่มีน้ำหอม คนแพ้ง่ายก็ใช้ได้!

1

 สวัสดีค่าทุกคนน วันนี้เนิสจะมารีวิวแป้งผสมรองพื้น ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้คนที่ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ หายห่วง ปราศจากน้ำหอมด้วย แป้งผสมรองพื้นตัวนี้เป็นของแบรนด์ Baby Puff ค่ะ หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยรู้จัก เดี๋ยวรู้จักแน่นอนจากรีวิวนี้เพราะเนิสจะมาสวอชสีแป้งให้ดูและทดสอบความปกปิดและคุมมันด้วยจ้า ขอบอกนิดนึงว่าข้อดีของแป้งผสมรองพื้นคือ ช่วยให้ผิวเราดู flawless และเครื่องสำอางค์ติดทน และคสบคุมความมันได้ค่อนข้างดีกว่าแป้งที่ไม่ผสมรองพื้นค่ะ เรามาดูภาพโดยรวมของแป้งตัวนี้กันเถอะ

2

หน้าตาของตลับก็จะเป็นแบบเรียบง่าย มีช่องใส่พัฟและกระจกบานเบอเริ่มม ส่องแล้วชัดแจ๋วว
หรือใครที่ไม่ชอบใช้พัฟ แนะนำว่าใช้กับแปรงหัวฟูๆก็ได้ค่ะ

3

เนิสได้มาทั้งหมด 3 เฉดสีนะคะ ซึ่งครอบคลุมโทนสี ตั้งแต่ผิวขาว หรือโทนชมพูและโทนเหลือง

5

ที่สำคัญแพกเกจจิ้งไม่ได้กะโหลกกะลาเลยนะขอบอก  น้ำหนักไม่เบาไม่หนักไป พกไปไหนก็สะดวก
ชอบที่กระจกบานใหญ่นี่แหละ เวลาส่องปัดแก้ม ทาลิปแล้วสะใจมากค่ะ

6

ในกล่องจะแนบวิธีใช้มาด้วยค่ะ มาเต็มมมากกก แบรนด์นี่น่ารักสุดๆ ซึ่งจะสรุปง่ายๆว่า
เนื้อแป้ง : บางเบา ปกปิดได้ light – medium แล้วแต่ลักษณะการใช้ของแต่ละคน
ควบคุมความมัน : เนิสให้ 4.5/5 เพราะแป้งมีความแมตต์ดี และคุมมันได้โอเคมาก อยู่หน้าไฟหน้ายังไม่มัน
กลิ่น : ไม่มีน้ำหอม ดังนั้นแป้งก็ไม่มีกลิ่นใดๆค่ะ
พัฟ : ในส่วนของพัฟ ก่อนใช้ถ้าชุบน้ำมาหมาดๆ ก็จะทำให้จิกเนื้อแป้งได้ดีมากขึ้น บางครั้งเนิสก็ใช้กับแปรงแทนได้ กลายเป็น loose powder ได้เลย เพราะเนื้อก็จะบางเบาไปอีกเมื่อใช้กับแปรง แล้วแต่จะประยุกต์

4

มาดูสวอชกันค่ะ  เนิสสวอชหลังมืออ ช่วงนี้แทนขึ้น มือดำเลยนิ 5555
เบอร์ 1 สำหรับคนผิวขาว – ผิวขาวเหลือง
เบอร์ 2 สำหรับคนผิวที่อันเดอร์โทนชมพู
เบอร์ 3 สำหรับคนที่อันเดอร์โทนเหลือง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลองทาที่หน้าบ้าง before – after

1

ก็จะเห็นว่าปกปิดได้ประมาณ light – medium ค่ะ เนิสว่าเหมาะที่จะใช้ได้ทุกวันเลย

.
.
.
เนิสก็มีฮาวทูง่ายๆเล็กๆน้อยๆมาฝากทุกคนกันค่า ได้ inspiration จากตอนที่ไปญี่ปุ่น เพราะสาวญี่ปุ่นเน้นแต่งหน้าธรรมชาติ และชอบปัดแก้มสูงๆแบบบริเวณใต้ตางี้ คือตอนแรกก็ว่าแปลกดีนะ บางทีปัดเข้มปัดน้อยก็แล้วแต่ความชอบ ไปดูฮาวทูกันนนนนน
( เน้นแต่งง่ายๆ เหมือนว่าตื่นมาก็สวยเลย 55 )

2

ขั้นแรกก็ลงรองพื้นที่เนื้อบางเบาหน่อย และก็ลงคอนซีลเลอร์ปกปิดรอยคล้ำ จากนั้นก็กดทับด้วยแป้ง baby puff เพื่อเซตทุกอย่างบนใบหน้าจ้า เนิสจะใช้วิธีแท็บๆเน้นบนิเวณทีโซนและใต้ตา จากนั้นก็ใช้แปรงปัดให้ทั่วใบหน้าเลย

3

ขั้นตอนการแต่งตาก็ไม่ยากเลยค่ะ ใช้สีส้มชีชๆทาให้ทั่วบริเวณเปลือกตาและใต้ตา ใช้สีเดียวพอนะ จากนั้นก็กรีดไลน์เนอร์แบบไม่ต้องหนามาก ลากยาวออกไปแบบไม่ต้องวิงขึ้น ให้ความรู้สึกตาหวานๆแบบสาวญี่ปุ่น เกาหลี ปัดมาสคาร่า ติดขนตาที่ฟูๆแบบเป็นธรรมชาติไม่ต้องหนามาก

4

งานปัดแก้มก็มาาา ปัดใกล้ๆใต้ตาแบบเกือบติดตาเลยก้ว่าได้ เพื่อความแบ๊ว จากนั้นก็ปัดไฮไลท์ทับให้หน้าดูโกลว์

finished look
งานมโนเสมือนว่าตื่นมาก็สวยเลยยย ( หืมมม ? ) พยายามแบ๊วให้เหมือน kawaii girl แล้ววทำได้ไหม ?

a

ส่วนลิปเนิสก็ทำเป็นแบบ ombre เบาๆ ใช้สีนู้ดกับสีแดงมาเกลี่ยๆ ก็จะได้ปากที่แบบกระจุ๊บกระจิ๊บ นัลลั๊กกก

b

.
.
ก็หวังว่าทุกคนจะ enjoy กับรีวิวนะคะ แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้าจ้า
Thank you

camera : canon60D / Olympus EPL-7

 

MSHOPPING ONLINE

เฮลโหลลลล สวัสดีค่า ไหนใครชอบ shop online ยกมืออออออ!!  วันนี้เนิสจะมาแนะนำเว็ปใหม่สำหรับการช็อปออนไลน์ที่ทำให้เราสามารถช็อปปิ้งได้อย่างง่ายดายผ่านอินเตอร์เน็ต ไม่มีเวลาออกไปซื้อ ไม่ต้องหาร้านค้าให้ยุ่งยากเลย นี่ค่า เว็ปนี้เลย MShoppingonline ที่ตอบสนองคนที่ชื่นชอบในการลอง เพราะเว็ปนี้เน้นขายเทสเตอร์ 70% และเครื่งอสำอางขนาดจริง 30% ค่ะ มีเทสเตอร์ของแบรนด์ดังมากมายให้เราเลือกสรร
http://www.mshoppingthailand.com/sample-size

หน้าตาของเว็ปไซต์ก็จะเป็นประมาณนี้ค่ะ เรียบ ๆ เข้าใจง่าย

1

มีหลายหมวดหมู่สินค้าให้เราเลือกสรร อาทิเช่น สุขภาพและความงาม เสริมสวย ออกกำลังกาย อุปกรณ์เสิรมรัก (18+) แม่และเด็ก และแฟชั่น เป็นต้น ส่วนช่องทางการจ่ายเงินก็สามารถจ่ายผ่านเคาเตอร์เซอวิส หรือธนาคาร เครดิต อะไรก็ว่าไปจ้าาา

H O W   T O   O R D E R

หน้าเว็ปก็มีวิธีการสั่งซื้อให้ดูนะคะ แบบ step by step กันเลย งั้นเนิสจะมาสาธิตให้ดูค่ะ
ไปดูกันเลยยยยยยยยยย

2

.
.
.
เริ่มจากการ Log in ค่ะ สามารถสมัครสมาชิกโดยตรงหรือ log in ผ่าน facebook ก็ได้ค่า สะดวกมากเพราะเดี๋ยวนี้เนิสก็ล็อกอินผ่านเฟสบุคตลอดด เรื่องเสียเงินที่ขอให้บอก 55555

3

จากนั้นเราก็จะมาเข้าที่บัญชีของฉันค่ะ เพราะเนิสจะชอบเช็คข้อมูลของเราตลอดว่า เค้าเก็บหรือเผยแพร่ข้อมูลอะไรของเราบ้าง เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองค่ะ จากนั้นเราก็สามารถเพิ่มที่อยู่เอาไว้ได้เลย ถ้าไม่อยากไปพิมพ์ทีหลัง

4

เราจะมาเพิ่มที่อยู่ของเรากันนน พอเพิ่มเสร็จเราก็กด บันทึก เลยค่ะ

5

.
.

เสร็จแล้วเนิสก็ลองเข้ามาในหมวดของ ผู้หญิง ค่ะ มาดูกันว่าจะมีอะไรบ้าง

6

อันนี้ก็จะเป็นรูปร่างหน้าตาคร่าวๆค่ะ คือก็จะเห็นว่ามีอะไรบ้าง หรือถ้าอยากเจาะจงว่าเป็นหมวดแฟชั่น ก็คลิกเลือกหมวดโดยตรงได้เลยจ้า

.

ลองมาดูหน้า tester กันบ้าง โดยคลิกที่ สินค้าขนาดทดลอง ค่ะ

7

ก็จะขึ้นสินค้ามาประมาณนี้ค่า มีหลายอย่างเลย ทั้งเครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆและน้ำหอม ตรงน้ำหอมนี่น่าสนใจมากกกก คือบางทีเราอยากลองกลิ่นนี้แต่ไม่ได้อยากซื้อทั้งขวด หรือชอบแบบเปลี่ยนกลิ่นไปเรื่อยๆ เราก็สามารถซื้อเทสเตอร์น้ำหอมได้ทีละหลายๆกลิ่นได้ล้าววว ฮุฮิ
.
.
ครีมบำรุงผิวหน้า tester หลายๆยี่ห้อก็ลดราคาเยอะมาก คุ้มเลย

8

ในเว็ปมีมากกว่าที่เนิสหยิบมาให้ดูนะคะ ลองเข้าไปดูกันได้เลย ทีนี้เนิสก็จะมาเลือกสินค้าใส่ตระกร้ากันเลย

.
.
อันนี้ก็จะเป็นไอเทมที่เนิสเลือกมาจ้า เลือกมา 3 ชิ้น เป็น  tester ทั้ง 3 อัน ก็มีแบรนด์

La Mer The Moisturizing Soft Cream 3.5ml.
Estee Lauder Advanced Night Repair Synchronized Recovery Complex II 7ml
Laura Mercier Foundation Primer 7 ml.

9

พอเราเช็คเรียบร้อยแล้วว่าเราสั่งอะไรบ้าง กี่ชิ้น เราก็กด ” ดำเนินการต่อ

10

อันนี้จะเป็นหน้าชำระเงินค่ะ ให้กรอกที่อยู่ให้เรียบร้อย อันนี้ซื้อครบ 500 บาทส่งฟรีด้วย ดีไปอีกกก จากนั้นตรงแถบวิธีชำระเงินเราก็เลือกเลยค่ะว่าสะดวกชำระแบบไหน เนิสชำระผ่านบัตรเครดิตจ้า สะดวกสบายรวดเร็วมาก

11

อันนี้คือ เนิสเข้ามาเช็คการสั่งซื้อค่ะ ระบบก็จะมีเลขที่สั่งซื้อให้และสถานะการจัดส่งค่ะ

.
.
พัสดุได้ถึงมือเนิสเรียบร้อยแล้วค่ะ เค้าส่งแบบ EMS ให้ด้วย
มาในกล่องสีขาวชมพู น่ารักดีค่ะ

a

เปิดกล่องมาก็จะมีใบเสร็จที่เราสั่งซื้อสินค้าไป เค้าห่อของมาอย่างดี ไม่มีชำรุดค่ะ

b

c

สินค้าที่เนิสสั่งมาก็มีดังนี้ค่ะ
1. La mer the moisturizing soft cream 3.5 ml. ราคา 355.14 บาท
2. Laura Mercier Foundation primer 7 ml. 165.55 บาท
3. Estee Lauder Advanced Night Repair Synchronized Recovery Complex II 7 ml. 165.55 บาท

ราคารวม 865 บาท ( รวม TAX 56 บาท )

.
.
ก็ทั้งหมดนะคะ ถือว่าโอเคเลยสำหรับคนที่อยากลองเทสเตอร์ก่อนจะตัดสินใจซื้อขนาดจริงนะ แถมพวกเทสเตอร์แบบนี้เนิสก็ชอบพกพาเวลาออกไปเที่ยว เพราะมันเล็ก สะดวก ง่ายต่อการพกพา ไม่กินพื้นที่ ยังไงก็ลองเข้าไปดูในเว็ปไซต์ดูนะคะ เผื่อเจอของที่ตัวเองอยากลองเนอะ  www.mshoppingthailand.com
.
.
ขอบคุณที่เข้ามาชมบล็อกนะคะ ไว้เจอกันรีวิวหน้าค่ะ

REVIEW THEBALM MEET MATT(e) HUGHES

1C

สวัสดีค่าาาา วันนี้เนิสมารีวิวลิปแมตต์ที่หลายๆคนไม่ควรพลาดเลย เพราะเนิสใช้แล้วเนิสรู้สึกว่าชอบมาก ซึ่งก็คือ theBalm meet matt(e) hughes ซึ่งเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าลิปลิขวิดเนื้อแมตต์กำลังมาแรงมากๆในตอนนี้ เซเลปหลายๆคนก็ทำลิปแมตต์ของตัวเองออกมากันยกใหญ่ แต่!! เนิสอยากทุกคนมาลองอันนี้ค่ะบอกเลยว่าจะไม่ผิดหวัง คือเนิสต้องขอบคุณทาง Lashes Thailand ที่ส่งมาให้เนิสได้ลองใช้ รีวิวนี้เนิสตั้งใจทำเอง ไม่ได้รับการจ้างแต่อย่างใดค่ะ

เรามาดูภาพรวมๆของลิปแมตต์ตัวนี้กันค่ะ

2

ลักษณะก็จะเป็นเหมือนลิปแมตต์จิ้มจุ่มทั่วไป ฝาเนื้อด้าน เนิสชอบแปรงมากกก ย้ำชอบมาก เพราะแปรงคืองอได้ เวลาที่เราทาหัวแปรงก็จะบิดรับกับรูปริมฝีปากของเราได้ดีกว่าแปรงที่หัวแข็งๆ ทำให้ทาลิปง่ายกว่าแปรงทั่วๆไป อันนี้มีสีมากกว่านี้นะ แต่เนิสได้มาแค่ 4 สีเท่านั้นนะคะ ก็มารีวิวเท่านี้ละกานนน

.
.
รีวิวนี้เนิสทำไว้ตั้งแต่ผมยังสีบลอนด์อยู่เลย ดองไว้นานมาก 555 คือยุ่งค่ะ ไม่มีเวลาทำต่อ
แต่ตอนนี้ได้เวลาแล้ว เพราะปิดเทอมพอดี ยังไงมาดูสวอชกัน
.
.
#COMMITTED
เป็นสีที่ออกชมพูนู้ดใสๆ เหมาะกับ everyday ลุคด้วย สีนี้รอดทุกคนสีผิวนะเนิสว่า มันไม่ได้ชมพูป่วย

1

#ADORING
สีแดงสุดแซ่บบบบบบบ ทาแล้วหน้าสว่าง เจิดปังสุดๆ ไม่ได้แดงแจ๋ แต่ก็ไม่ได้ดาร์กเกินไป เป็นแบบมาร์ซาล่า

2

#HONEST
ไหนใครร ใครชอบแนวช็อกกี้พิงค์ยกมือค่าาาา สีนี้ยูต้องชอบแน่ๆ เพราะมันชมพู๊ชมพูวว สดใส แต่งไปปาร์ตี้ยิ่งเจิด
สาวแบ๊วไม่ควรพลาดดดดดดดด

3

#CHARMING
ใครชอบลิปสีออกแนวตุ่นๆ แนะนำสีนี้เลยค่ะ อินเทรนด์ สีชมพูตุ่นๆแต่ทาแล้วปังมากกกกก สไตล์ไคลี่สุดๆ

4

.
.

ทั้งหมดก็คือสวอชทั้ง 4 สีนะคะ มี Committed , Adoring , Honest , Charming
ซึ่งก็เป้นโทนนู้ด แดง และชมพู ใครที่อยากลองสีอื่นแนะนำให้ไปลองที่เคาเตอร์ก่อนได้นะคะ
ข้อดีของการทาลิปแมตต์ คือ เราสามารถทำให้ปากเราดูอวบอิ่มได้โดยการทาออกมานอกขอบปากจริงๆ
แต่ต้องระมัดระวัง ถ้าเลอะจะทำความสะอาดลำบาก
.
.
สรุปความพึงพอใจ

เม็ดสีแน่น 5/5 ให้เลยเพราะแน่นมาก ปากรอบเดียวก็เอาอยู่
กลิ่น เป็นกลิ่นมิ้นท์ทาแล้วเย็นนิดๆสดชื่น
แห้งไว 4.5/5 แห้งไวดีค่ะไม่ต้องรอนาน
เนื้อ เป็นเนื้อออกแมตต์คล้ายๆกำมะหยี่ ทาแล้วสบายปากกว่าลิปบางยี่ห้อ
ระดับความติดทน 4.5/5 เพราะทานอะไรเข้าไปก็มีหลุดบ้างนิดหน่อยเหมือนลิปแมตต์ทั่วไป
ราคาแท่งละ 950 บาท

collage

.
.

บ๊ายบายยยย ไว้พบกันใหม่รีวิวหน้าจ้า
camera : canon60D / Olympus EPL7

.

REVIEW CONTACT LENS สีนัวและเนียนสไตล์ฝรั่ง KITTY KAWAII x MIMI BY TONI

1

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เนิสมีรีวิว contact lens ที่ใส่แล้วสีดี สีนัว มีทั้งสีเทา สีน้ำตาล และสีฟ้า มาใส่ให้ดูกันตั้ง 10 คู่เลย!! ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณทางแบรนด์ kitty kawaii และ mimi by toni ที่ส่งคอนแทคเลนส์มาเป็นถาดเลยมาให้เนิสทดลองใส่ เห็นถาดละแบบตกใจมากกก เย๊อะเกิ๊นนนน

เนิสก็เลยถือโอกาสเลือกลายที่ชื่นชอบมารีวิวให้ดูกันทั้งหมด 10 คู่เลย  ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ผ่าน อย. เรียบร้อย ปลอดภัยกับดวงตาของเราแน่นอนค่ะ ซึ่งเลนส์ของ kitty kawaii สามารถป้องกันรังสี UV ได้ด้วย

ความรู้สึกหลังใส่

Kitty Kawaii : สำหรับคิตตี้ เนิสรู้สึกว่าเลนส์ก็นิ่มอยู่ค่ะ ค่อนข้างโอเค มีลวดลายให้เลือกสรรเยอะมาก แต่บางคู่ที่เขียนว่าขนาด 14.5 นั้นเนิสรู้สึกว่ายังใหญ่ไปสำหรับตาเนิสอยู่บางลายนะคะ

Mimi by toni : เนิสใส่แล้วรู้สึกเลนส์นิ่มโอเคมากเลยค่ะ ชอบ packaging เค้าทำลวดลายน่ารัก เนิสสังเกตุว่าคอนแทคเลนส์ของ mimi มีความทันสมัยแบบว่าลวดลายถูกใจวัยรุ่น 555 เช่นแบบว่า คอนแทคเลนส์สายนัวๆเนียนๆสไตล์ฝรั่ง แล้วก็มีสีจี๊ดๆอย่างสีแดงด้วย คนแต่งคอสเพลย์น่าจะชอบกันเลยทีเดียว

2

ในส่วนของตาแห้งไหม ? ส่วนตัวเนิสเป็นคนใส่คอนแทคเลนส์ไม่ได้นานอยู่แล้วค่ะ
ไม่ว่าจะยี่ห้อไหนเนิสก็หยอดน้ำตาเทียมทุกๆ 2-3 ชั่วโมงอยู่แล้ว

REVIEW

1. Kitty Kawaii Jinny Gray 14.5
อันนี้เด็ดดวงมากคร่า ใส่แล้วตาฝรั่งมากกก เป็นเลนส์ขนาดเท่าตาจริง

1

2. Kitty Kawaii Glacious gray  14.5
อันนี้พอใส่แล้วออกเป้นสีเทาอมฟ้าอ่อนๆ คนที่ตาโตใส่แล้วน่าจะสวยมากค่ะ

2

3. Kitty Kawaii Lana gray  14.5
เป็นสีเทาที่มีขอบแต่อ่อนๆนะคะ ใส่แล้วตาดูเป็นประกาย ใหญ่กว่าตาเนิสเล็กน้อยถือว่าโอเคเลยสำหรับคนตาเล็ก

3

4. Kitty Kawaii Mini Sheer gray  14.5
อันนี้ตาฝรั่งมากกก สีเทาชัดเจน เนิสว่าเหมาะกับลุคสโมกกี้อายค่ะ เพราะถ้าแต่งหน้าอ่อนเกินไปแล้วใส่สีนี้อาจจะดูตาผีเบาๆ 55555

4

5. Kitty Kawaii Mini Venus Brown  14.5
อันนี้จะเป็นสีน้ำตาลที่มีอมความเหลืองทองๆอยู่นิดหน่อยค่ะ ใส่แล้วตาสีน้ำตาลไบรท์ๆเลย

5

6. Mimi by toni Mini Reyna Brown  14.5
เลนส์สีน้ำตาลที่ลายแบบทำให้ตาดูเป็นประกาย แต่ก็มีความเนียนไปกับตาอยู่น๊า ใส่แล้วดูตาโตขึ้น

6

7. Mimi by toni Soda Brown  14.5
เลนส์สีน้ำตาลที่มีลวดลายเยอะหน่อย แต่ใส่แล้วก็ดูปิ๊งประกายมากกกกกก สายคาวาอิน่าจะชอบ

7

8. Mimi by toni Mini Fear Blue  14.5
เลนส์สีน้ำเงินอมฟ้าา ใส่แล้วตาแบบน้ำเงินเลยยเห็นชัดมากค่ะ ขออภัยลืมถ่ายรูปขวดใส่คอนแทคเลนส์ไว้ค่ะ

8

9. Mimi by toni Elza Brown  14.5
วร๊ายยยย อันนี้ชอบมากกก เป็นเลนส์สีน้ำตาลอ่อนๆที่ดีงาม ดูฝรั่งเบาๆ แต่งหน้าอ่อนๆก็เข้านะ

9

10. Mimi by toni Mimi T Blue  14.5
เลนส์สีน้ำเงินอมฟ้าา ใส่แล้วตาฟ้าแบบเห็นได้ชัดเลย ไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป มีความเนียนด้วยเป็นฝรั่งตาฟ้าได้

10

เป็นไงบ้างคะ อันนี้ก็คือเลนส์ลวดลายที่เนิสเลือกมาเพราะว่าชอบเป็นการส่วนตัว ใครที่ชอบแนวตานัวๆฝรั่งๆก็ลองดูได้นะคะ ราคาก็ประมาณ 150 – 250 บาท / 1 คู่ค่ะ ราคาไม่แพงเลย มีค่าสายตาด้วย สุดท้ายนี้ก็ขอให้รักษาความสะอาดในการใส่คอนแทคเลนส์กันด้วยนะคะ ตาจะได้ไม่อักเสบน๊า
.
.

ALL

.
.

หวังว่าทุกคนจะ enjoy นะคะ ไว้เป็นทางเลือกเผื่อใครกำลังหาคอนแทคเลนส์แนวประมาณนี้
camera : canon60D / Olympus EPL-7

PURPLE HAIR EXP. W/TUTORIAL

cover

สวัสดีค่าเพื่อนๆ วันนี้เนิสจะมาแชร์ประสบการณ์ + วิธีทำผมสีม่วงครั้งแรก ที่เนิสได้ทำมาเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว เผื่อคนที่สนใจแล้วอยากลองทำบ้าง เนิสนำวิธีดูแลผมของเนิสมาแชร์ให้ด้วย เพราะการทำสีต้องควบคู่ไปกับการดูแลที่ดีค่ะ ซึ่งการทำสีครั้งนี้อยู่ในงบหลักร้อยเท่านั้นเอง ทำไม่ยากแล้วสีก็อยู่นานพอสมควรเลย ที่เนิสไม่ทำที่ร้านเพราะว่ารู้สึกว่าราคาค่อนข้างสูง แต่สีก็เฟดออกไวเหมือนกัน ละกลัวว่าร้านจะกัดสีไม่ถูกใจด้วย ก็เลยทำเองดีกว่า

ขั้นตอนการทำผมสีม่วง
ขอบคุณภาพจาก cr.google ที่เนิสขอยืมมาใช้ edit ให้คนอื่นเข้าใจง่ายขึ้นนะคะ

1

ขั้นตอนแรก คือ การฟอกสีผมให้สว่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ
เนิสฟอกสีผมด้วย FARGER HAIR CARE EXPERT HIGHT LIFT 00/00 ราคาไม่เกิน 100 บาท ซึ่งเป็นสีฟอกสีผมที่เค้าเคลมว่าสว่างถึง 10 ระดับ อ่านดูแล้วดูน่าสนใจดีก็เลยซื้อมาลอง ผมเนิสค่อนข้างยาวและหนาพอสมควร จึงใช้ทั้งหมด 2 กล่อง ผสมกันทั้งหมดและจัดการปาดลงผมให้ทั่วทั้งศรีษะ ทำที่ปลายก่อน จากนั้นค่อยมาทำที่โคนค่ะ ปลาย 40 นาที โคน 20 นาที
.
ใครหาตัวนี้ไม่ได้ ลองใช้ NIGAO maxx light 00/00 ได้จ้า
.
.
ผลลัพธ์
พอฟอกเสร็จ รู้สึกว่าผมสว่างขึ้นมากจริงๆ มากกว่าตัวที่เคยฟอกมา แต่ผลที่ออกมาคือ ผมขาดเยอะมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมเนิสไม่แข็งแรง หรือว่าเป็นเพราะน้ำยาฟอกมันแรงกันแน่ แต่ก่อนที่ทำเนิสรู้สึกว่าผมเนิสค่อนข้างสุขภาพดีเลยเพราะเนิสดูแลมาดีตลอด เลยลองปรึกษาช่างที่รู้จัก เค้าก็บอกว่า ผมเราขาดโปรตีน ให้ใช้พวกเซรั่มบำรุงที่สามารถบำรุงลึกถึงแกนผมข้างใน
.
.
2

อันนี้ก็คือภาพเปรียบเทียบ before & after ค่ะ จะเห็นว่าพื้นผมของเนิสเป็นสีน้ำตาล ไม่ได้ดำสนิท นี่ฟอกแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ผลที่ได้คือ ผมสว่างขึ้นเยอะมาก แต่ออกไปทางเหลืองๆทองๆมากกว่า เห็นกระจุกสีที่สว่างที่สุดนั่นไหม นั่นแหละผมขาดค่ะ คาดว่าโดนกัดแหลกกกกกก ส่วนตัวผมเนิสไม่ได้เสียอะไรมาก จับแล้วยังนิ่มอยู่ แค่รู้สึกว่าแห้งกว่าเดิมและฟูกว่าเดิมเพราะผมขาดทำให้ไม่มีน้ำหนัก ( แอบคิดถึงผมเดิมมาก ผมเดิมคือดีมากกกก T^T )

.
.
.
หลังจากฟอกสีผม เนิสพักผมเป็นระยะเวลา 1 อาทิตย์ สระผมประมาณ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ และหมักผมนานๆหน่อยโดยใช้ทรีทเม้นท์ที่เข้มข้นๆ เนื่องจากช็อคที่ผมขาดเยอะ 5555 และก็นั่งคิดนอนคิดว่าจะทำสีอะไรต่อดี เพราะไม่ได้ชอบสีเหลืองบนหัวนี่เอาซะเลย ก็เลยคิดว่าจะลงสีม่วง คิดว่ามันคือสีคู่ตรงข้ามกับสีเหลือง มันน่าจะเอามาตัดกัน พอเฟดแล้วน่าจะดี (ทำผมเป็นอย่างเดียวไม่พอนะคะ ต้องมโนหนักด้วย 555)
.
.
L E T ‘ S   D O   P U R P L E   H A I R
.
.
3

หลักๆผมยาวแบบเนิสคือใช้ 2 กล่องอยู่แล้ว เนิสเลยเลือกใช้สีหลักสองสีคือ สีม่วง p.40 กับ สีเทา p.17 มาผสมกันในอัตราส่วนที่เท่าๆกัน 1:1 (ผสมทั้งสีและไฮโนเจนให้หมดอย่าให้เหลือ) พอเราคนสองสีให้เข้ากันเสร็จแล้ว เนิสก็ใช้สีน้ำเงิน p.38 บีบตัวสีออกมาผสมซัก 20% ไม่ต้องเยอะ และคนให้เข้ากันค่ะ จากนั้นก็เอามาละเลงหัวเราได้เลย เมื่อเราปาดให้ทั่วหัวแล้วก็ทิ้งไว้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
ราคากล่องละประมาณ 60-70 บาท
.
.
ปกติส่วนใหญ่คนมักผสมสีน้ำเงินลงไปเยอะ แต่เนิสคิดว่าถ้าผสมลงไปเยอะ พอเฟดมันจะออกเขียวซะมากกว่า เลยเลือกใช้สีม่วงเป็นหลักแทน
.
.
.
5

อันนี้ก็จะเป็นสีที่ได้ค่า จะออกม่วงๆแบบอาราเล่เลย 55555 สภาพผมคือ ตรงปลายมันแห้งมากก็เลยตัดออกไปซะ ผมเลยสั้นกว่าเดิม ผมยังนิ่มอยู่ค่ะแค่ไม่ค่อยมีน้ำหนักเลยทำให้ผมดูฟู
.
(ผมจะออกมาเป็นรูปแบบไหน ขึ้นอยู่กับพื้นผมของแต่ละคน เนิสเป็นคนผมหยักศกสภาพเลยออกมาเป็นแบบนี้ แต่เพื่อนเนิสที่ผมตรงสลวย เวลาที่ฟอกสีหรือทำสีก็ยังคงผมสลวยเหมือนเดิมค่ะ แค่แห้งขึ้นนิดเดียวแค่นั้นจริงๆ)
.
.
การดูแลหลังจากย้อม
.
หลังจากย้อมผมเสร็จ เนิสจะสระผมแค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น เพราะผมจะแห้งแบบไม่มันเลย ใช้ dry shampoo ช่วยด้วยก็ได้ถ้าวันไหนรู้สึกว่าผมมัน เวลาสระผมต้องสระกับน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดาเท่านั้น ห้ามสระกับน้ำร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผมเรายิ่งแห้งและเสียหนักกว่าเดิม เวลาเป่าผมให้เป่าลมเย็น ต้องอดทนค่ะมันอาจจะนานหน่อยแต่เพื่อผมเรา เราต้องสู้!! งดการทำเคมีในช่วงอาทิตย์แรกๆ เช่น หนีบ ไดร์ร้อน เป็นต้น
.
.
.
6

ขั้นตอนการสระผม

1. เนิสใช้แชมพูของ L’oreal hair spa nourishing shampoo ค่ะ ตัวนี้ใช้แล้วชอบตรงที่รู้สึกหนังหัวสะอาด กลิ่นหอมอ่อนๆ ใช้แล้วผมไม่แข็ง สระ 2 รอบตามปรกติค่ะ ซื้อที่ eve and boy ราคา 250 บาท เพราะหาตามร้านทั่วไปยากมากกกกกกกกกกก

2. พอสระเสร็จก็บิดให้หมาดๆแล้วใช้ทรีทเม้นท์หมักเลยค่ะ เนิสใช้ L’oreal hair spa nourishing cream bath ตัวนี้เราลองรีเสิร์ชก่อนไปซื้อแล้วรู้สึกว่าผลตอบรับดีมาก เลยเอามาลองใช้เอง ผมนุ่มลื่น ช่วยได้เยอะจริงๆ ใช้หมดไปหลายกระปุกแล้ว ราคากระปุกละ 350-400 ค่ะ หมักคู่กับ Lifeford salon artist hair wax เคลือบให้ผมเงางามและนุ่มขึ้น จะช่วยให้สีติดทนขึ้นด้วย ราคาประมาณ 70-80 บาท ใช้เวลาหมักทั้งหมด 10-15 นาที ค่ะ

6

ขั้นตอนการบำรุง

  1. wella luxe oil for keratin protection ตัวนี้เป็นออยล์ที่ใช้บำรุงผม กลิ่นหอมอ่อนๆกำลังดี เป็นกลิ่นที่ชอบเลย เวลาใช้ก็ใช้ 1-3 ปั๊มแล้วแต่ความหนาของผม ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วผมนุ่มหวีง่ายขึ้นเยอะ
    .
  2. schwarzkoft bc bonacure color freeze spray conditioner ตัวนี้เป็นสเปรย์ที่ใช้ฉีดบำรุงผม กลิ่นหอมเหมือนกัน มีคุณสมบัติช่วยให้สีติดทนนานยิ่งขึ้น ตอนใช้ก็ไม่ได้ติดทนอะไรขนาดนั้น แล้วใช้แล้วผมหอม นุ่มลื่น
    .
  3. lucido-l treatment oil ( straight ) ทรีทเม้นท์ออยล์สำหรับช่วยให้ผมเราดูตรงสลวยมากขึ้น จากที่เนิสบอกว่าผมเนิสฟู แต่เนิสงดการใช้ความร้อนกับผม เท่ากับว่า หนีบ ไดร์ร้อน ไม่ได้ เลยใช้เจ้าตัวนี้ควบคู่ไปกับตัวอื่น ใส่ตอนผมหมาดๆ พอผมเราแห้งผมเราจะเรียบกว่าปรกติ ไม่ฟูเหมือนตอนก่อนใช้ ช่วยได้เยอะ
    .
  4. schwarzkoft bc bonacure oil miracle rose oil hair & sculp treatment ตัวนี้ดีมาก คือเป็นออยล์ที่โมเลกุลเล็กและสามารถเข้าไปบำรุงผมเราได้ถึงแกนข้างใน ไม่เหนียวเหนอะหนะด้วย ใช้ได้ตลอด ว่างๆก็หยิบมาใส่ผมบ่อยๆได้ค่ะ ผมจะได้ดีขึ้นไวๆ

.
.
.

สีผมเปลี่ยนตลอดทุกครั้งที่สระ อันนี้เป็นภาพโดยรวมเท่าที่ถ่ายเก็บไว้
หากมีไม่ครบต้องขออภัยด้วยนะคะ
.
.
8
การทำผมสีเข้มมันดีตรงที่ ผมจะไม่เฟดไปเร็วค่ะ อย่างน้อยๆสระแต่ละครั้งมันก็ค่อยๆออกทีละนิดๆ เนิสชอบยี่ห้อ loland pixxel มากอ่ะ สีชัดดีจริงๆ ใครที่ดูคลิปทำผม ash grey ไปจะเห็นว่าเนิสใช้แต่ยี่ห้อนี้
.
8-1
จะเห็นว่าภาพซ้ายสุด มันจะมีความน้ำตาลออกมา เพราะโดนไฟสีส้มด้วยแล้วก็จุดนั้นเป็นจุดที่เหลืองมากกว่าจุดอื่น พอลงสีม่วงแล้วเลยกลายเป็นสีออกน้ำตาลๆม่วงๆ
.
.
9
ครั้งนี้เฟดออกพอสมควรแล้วค่ะ สีน้ำตาลเริ่มออกมาชัดขึ้น แต่ยังผสมกับสีม่วงอยู่ พอถูไถไปได้ไม่น่าเกลียด 55 บำรุงทุกวันผมก็ยั่งนิ่มเหมือนเดิมนะ ไม่เสียเท่าไหร่
.
.
10
ตอนนี้คือเหมือนมีสามสีอยู่บนหัวเลย 555 คือสีเทา สีน้ำตาล สีม่วง ซึ่งพอรวมๆกันมันออกเป้นสีชมพูๆ ตอนนี้คือเนิสไปไดร์ผลที่ร้านมาแล้ว ไดร์ร้อนให้ผมเรียบตรง แต่ผมไม่เสียเท่าการหนีบ ก่อนไดร์ควรใช้น้ำยากันความร้อนด้วยนะคะจะได้ช่วยปกป้องผมเราจากความร้อนด้วย จนป่านนี้เนิสก็ยังสระผมด้วยน้ำเย็นเหมือนเดิมค่ะ
.
.
12
สีม่วงเริ่มหลุดออกไปเยอะ ส่วนมากตอนนี้เหลือแค่สีน้ำตาลส้มๆแล้ว แต่ยังมีบางจุดที่ม่วงอยู่ เช่น ข้างหน้า และข้างใน โดยเฉพาะผมตรงที่ขาด ตรงนั้นสีม่วงจะติดทนนานมาก เพราะตอนฟอกคือจุดที่ขาวที่สุด
.
.
13
อันนี้ยังเห็นความม่วงอยู่เลยยยย แต่ผมเริ่มอ่อนลงแล้ว สีน้ำตาลทองชัดขึ้น ผมดำขึ้นมาพอสมควรแล้ว ใกล้ๆโคนจะอ่อนจนเกือบเทาเลยแหละ
.
.
14
ชอบสีตอนนี้มากเลย มันมีความออกเทาม่วงหม่นๆ ถึงจะมีน้ำตาลมาด้วยก็เถอะ 5555 ภาพนี้ไดรผมมานะคะ ตรงสลวยมากกกกกกก ชอบสุดดดดด
.
.
17

16-1
อันนี้สีเริ่มเฟดออกชัดเจนมาก ความทองเริ่มมาาาาาาาา แต่ส่วนตัวยังอยู่ในจุดที่รับได้อยู่
.
.
18
อายตัวเองแปรบบบ นี่มันรูปถ่ายเล่นชัดๆ ดันได้มาใช้ในกระทู้เฉยยยย อันนี้ก็สระครั้งที่ 11 แล้วว สีม่วงคือแทบไม่เห็นละจ้าาาา เหลือแต่ความบลอนด์กับโคนดำๆที่ขึ้นมาใหม่เท่านั้น
.
.
19
สุดท้ายยยยยย มาจากฮาวทูล่าสุดเลย คือทองเหลืองล้ำค่ามาก 55555 แต่ถามว่าชอบไหม ก็ไม่ชอบอ่ะ ก็ว่าจะหาสีใหม่ลงแล้ว อาจจะมีการทำเป็นคลิปมาให้ดูด้วย แต่ยังไม่ชัวร์นะคะ

.
.
.

เอาล่ะ มาสรุปกันเลย ทำผมสีนี้เนิสชอบมาก เพราะรู้สึกว่าเราแต่งหน้าได้หลายลุคดี ละบางลุค สีผมช่วยขับให้หน้าเรามีคาแรคเตอร์ไปกับเมคอัพลุคนั้นๆ เนิสให้ผ่านนน เรื่องสุขภาพผม จากประสบการณ์เนิสที่เคยฟอกสีผมมากสุดประมาณ 5-6 ครั้ง บอกเลยว่าครั้งนี้ เบสิคมากกก ผมเสียยังไม่ได้ 20% ของตอนนั้นเลย แต่อยากแนะนำว่าทุกครั้งที่ตัดสินใจจะทำสี ต้องมั่นใจว่าตัวเองสามารถดูแลผมได้ดีด้วย
.
.
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจน๊าา ไว้เจอกันใหม่ฮับบบ
thank you