รีวิวแป้งผสมรองพื้น Baby Puff ไม่มีน้ำหอม คนแพ้ง่ายก็ใช้ได้!

1

 สวัสดีค่าทุกคนน วันนี้เนิสจะมารีวิวแป้งผสมรองพื้น ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้คนที่ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ หายห่วง ปราศจากน้ำหอมด้วย แป้งผสมรองพื้นตัวนี้เป็นของแบรนด์ Baby Puff ค่ะ หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยรู้จัก เดี๋ยวรู้จักแน่นอนจากรีวิวนี้เพราะเนิสจะมาสวอชสีแป้งให้ดูและทดสอบความปกปิดและคุมมันด้วยจ้า ขอบอกนิดนึงว่าข้อดีของแป้งผสมรองพื้นคือ ช่วยให้ผิวเราดู flawless และเครื่องสำอางค์ติดทน และคสบคุมความมันได้ค่อนข้างดีกว่าแป้งที่ไม่ผสมรองพื้นค่ะ เรามาดูภาพโดยรวมของแป้งตัวนี้กันเถอะ

2

หน้าตาของตลับก็จะเป็นแบบเรียบง่าย มีช่องใส่พัฟและกระจกบานเบอเริ่มม ส่องแล้วชัดแจ๋วว
หรือใครที่ไม่ชอบใช้พัฟ แนะนำว่าใช้กับแปรงหัวฟูๆก็ได้ค่ะ

3

เนิสได้มาทั้งหมด 3 เฉดสีนะคะ ซึ่งครอบคลุมโทนสี ตั้งแต่ผิวขาว หรือโทนชมพูและโทนเหลือง

5

ที่สำคัญแพกเกจจิ้งไม่ได้กะโหลกกะลาเลยนะขอบอก  น้ำหนักไม่เบาไม่หนักไป พกไปไหนก็สะดวก
ชอบที่กระจกบานใหญ่นี่แหละ เวลาส่องปัดแก้ม ทาลิปแล้วสะใจมากค่ะ

6

ในกล่องจะแนบวิธีใช้มาด้วยค่ะ มาเต็มมมากกก แบรนด์นี่น่ารักสุดๆ ซึ่งจะสรุปง่ายๆว่า
เนื้อแป้ง : บางเบา ปกปิดได้ light – medium แล้วแต่ลักษณะการใช้ของแต่ละคน
ควบคุมความมัน : เนิสให้ 4.5/5 เพราะแป้งมีความแมตต์ดี และคุมมันได้โอเคมาก อยู่หน้าไฟหน้ายังไม่มัน
กลิ่น : ไม่มีน้ำหอม ดังนั้นแป้งก็ไม่มีกลิ่นใดๆค่ะ
พัฟ : ในส่วนของพัฟ ก่อนใช้ถ้าชุบน้ำมาหมาดๆ ก็จะทำให้จิกเนื้อแป้งได้ดีมากขึ้น บางครั้งเนิสก็ใช้กับแปรงแทนได้ กลายเป็น loose powder ได้เลย เพราะเนื้อก็จะบางเบาไปอีกเมื่อใช้กับแปรง แล้วแต่จะประยุกต์

4

มาดูสวอชกันค่ะ  เนิสสวอชหลังมืออ ช่วงนี้แทนขึ้น มือดำเลยนิ 5555
เบอร์ 1 สำหรับคนผิวขาว – ผิวขาวเหลือง
เบอร์ 2 สำหรับคนผิวที่อันเดอร์โทนชมพู
เบอร์ 3 สำหรับคนที่อันเดอร์โทนเหลือง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลองทาที่หน้าบ้าง before – after

1

ก็จะเห็นว่าปกปิดได้ประมาณ light – medium ค่ะ เนิสว่าเหมาะที่จะใช้ได้ทุกวันเลย

.
.
.
เนิสก็มีฮาวทูง่ายๆเล็กๆน้อยๆมาฝากทุกคนกันค่า ได้ inspiration จากตอนที่ไปญี่ปุ่น เพราะสาวญี่ปุ่นเน้นแต่งหน้าธรรมชาติ และชอบปัดแก้มสูงๆแบบบริเวณใต้ตางี้ คือตอนแรกก็ว่าแปลกดีนะ บางทีปัดเข้มปัดน้อยก็แล้วแต่ความชอบ ไปดูฮาวทูกันนนนนน
( เน้นแต่งง่ายๆ เหมือนว่าตื่นมาก็สวยเลย 55 )

2

ขั้นแรกก็ลงรองพื้นที่เนื้อบางเบาหน่อย และก็ลงคอนซีลเลอร์ปกปิดรอยคล้ำ จากนั้นก็กดทับด้วยแป้ง baby puff เพื่อเซตทุกอย่างบนใบหน้าจ้า เนิสจะใช้วิธีแท็บๆเน้นบนิเวณทีโซนและใต้ตา จากนั้นก็ใช้แปรงปัดให้ทั่วใบหน้าเลย

3

ขั้นตอนการแต่งตาก็ไม่ยากเลยค่ะ ใช้สีส้มชีชๆทาให้ทั่วบริเวณเปลือกตาและใต้ตา ใช้สีเดียวพอนะ จากนั้นก็กรีดไลน์เนอร์แบบไม่ต้องหนามาก ลากยาวออกไปแบบไม่ต้องวิงขึ้น ให้ความรู้สึกตาหวานๆแบบสาวญี่ปุ่น เกาหลี ปัดมาสคาร่า ติดขนตาที่ฟูๆแบบเป็นธรรมชาติไม่ต้องหนามาก

4

งานปัดแก้มก็มาาา ปัดใกล้ๆใต้ตาแบบเกือบติดตาเลยก้ว่าได้ เพื่อความแบ๊ว จากนั้นก็ปัดไฮไลท์ทับให้หน้าดูโกลว์

finished look
งานมโนเสมือนว่าตื่นมาก็สวยเลยยย ( หืมมม ? ) พยายามแบ๊วให้เหมือน kawaii girl แล้ววทำได้ไหม ?

a

ส่วนลิปเนิสก็ทำเป็นแบบ ombre เบาๆ ใช้สีนู้ดกับสีแดงมาเกลี่ยๆ ก็จะได้ปากที่แบบกระจุ๊บกระจิ๊บ นัลลั๊กกก

b

.
.
ก็หวังว่าทุกคนจะ enjoy กับรีวิวนะคะ แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้าจ้า
Thank you

camera : canon60D / Olympus EPL-7

 

My Fav Powder Pact (Bisous Bisous) Easy Day&Night look tutorial

cover
เฮลโหลลลล สวัสดีค่า วันนี้มาในลุคใสๆ แบบชนิดที่ว่าแอ๊บให้หน้าเด็กไปอีกกกกก 55 ละวันนี้ เนิสจะมาแชร์ Item ที่เนิสใช้แล้วชอบแบบเลิฟเลย คือ Bisous Bisous Rainbow Cluster Crystal Powder Pact เนิสใช้สี Natural beige จ้า ซึ่งสีพอดีกับผิวเนิสเลย ผิวเนิสจะประมาณ โทนขาวเหลือง ค่ะ

คุณสมบัติหลักๆของเจ้าตัวนี้คือ เป็นแป้งอัดแข็งที่ไม่ผสมรองพื้น ไม่เน้นปกปิดแต่จะให้ความสว่างกระจ่างใส เพราะมีส่วนผสมของอณูไมโครชิมเมอร์ ( ชิมเมอร์เนื้อละเอียด ) ควบคุมความมัน และมีส่วนผสมจากไข่มุกธรรมชาติ ช่วยเก้บล็อกความสว่างกระจ่างใสได้ยาวนาน  ซึ่งเวลาที่เราใช้แป้งตัวนี้ แล้วแสงตกกระทบบนใบหน้า หน้าเราก็จะดู Glow ดูสุขภาพดีด้วยนะคะ เรียกแป้งตัวนี้สั้นๆว่า แป้งบริ๊ง ก็ได้ค่ะ

4
5
Packaging ยังคงความน่ารักสไตล์ Bisous Bisous ซึ่งจะเป็นรูปดอกไม้ เป็น signature ของแบรนด์นี้ ตัวเนื้อแป้งจะมีชิมเมอร์เนื้อละเอียดระยิบระยับสวยงาม ส่วนตัวชอบพัฟมากเพราะจับถนัดมือและจิกเนื้อแป้งได้ดี
6
7.jpg
ขออภัยหากในภาพเห็นเนื้อชิมเมอร์ไม่ค่อยชัดนะคะ แต่โดยรวมคือชิมเมอร์ละเอียด เนื้อแป้งบางเบา มีกลิ่นหอมอ่อนๆคล้ายๆกลิ่นดอกไม้

สรุปคะแนน

คุณสมบัติคร่าวๆ แป้งอัดแข็งที่ผสมชิมเมอร์ ช่วยให้หน้าสว่างและควบคุมความมัน
ความรู้สึกหลังการใช้  รู้สึกว่าหน้าเนียนนุ่มมาก บวกกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ปลื้มพัฟมากๆเพราะจิกเนื้อแป้งได้ดี เวลากดพัฟลงใบหน้าคือมันจะไม่ด่าง มันจะเท่ากันทั้งหน้า เวลาที่ทาลงบนหน้าคือหน้ามันสว่างแบบดูดี ไม่เว่อร์เกินไป ในรูปถ่ายอาจจะเห็นเม็ดชิมเมอร์ไม่ชัด 
ระดับความปกปิด  3.5/5
คุมความมัน รู้สึกถึงความแมตต์มากกว่ารุ่นอื่นๆเลย ค่อนข้างปลื้ม 4/5
เหมาะกับคนประเภท วัยเรียน-วัยทำงาน
ภาพรวมให้คะแนนเท่าไหร่ 4/5
ราคา 995 บาท

เนิสมีทริคเล็กๆน้อยๆสำหรับการใช้แป้งที่มีชิมเมอร์แบบนี้มาฝากกันค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าแป้งที่มีชิมเมอร์ใช้ค่อนข้างยากกับอากาศที่เมืองไทย หรืออาจจะกลัวว่าใช้แล้วหน้าจะเลื่อมเป็นลูกบอลดิสโก้ แต่ไม่ได้กังวลไปค่ะเพราะว่าแป้งตัวนี้ชิมเมอร์ละเอียดมากจริงๆและควบคุมความมันได้ค่อนข้างดีเลย ไปดูทริคที่เนิสใช้กับ DAY LOOK & NIGHT LOOK กันค่า

more pictures
Easy and Simple Day look

9

Pink & Glam Night look
8

Thank you for watching
camera : canon60D

 

 

review ♡ Bisous & Laura Mercier ( Loose Powder )

11

♡ Hello everyone ♡ วันนี้นะคะเนิสจะมารีวิวแป้ง Loose Powder ที่เนิสชอบทั้ง 2 แบรนด์ เนิสคิดว่ารีวิวนี้มันน่าจะมีประโยชน์สำหรับคนที่ชื่นชอบและใช้แป้ง loose powder อยู่ หรือไม่ก็มีคนที่กำลังสนใจจะซื้อ แต่เอ….ไม่รู้จะซื้อตัวไหนดี คนนั้นว่าดี คนนู้นว่าดี แต่มันจะเวิร์คกับเราไหม ?

ในส่วนของแป้ง Loose Powder เนิสชอบอยู่ 2 แบรนด์ (จากที่เคยใช้มาหลายแบรนด์)
1. bisous bisous rainbow cluster loose powder ( natural beige 2 )
บิซูเนิสพึ่งได้มาใหม่ และลองใช้แล้วชอบ ใช้มาหลายครั้งแล้วแล้วรู้สึกถึงความต่าง ก็คือตัวบิซูมีส่วนผสมของชิมเมอร์ในอณูที่ละเอียดมากๆ แบบมองแทบไม่เห็นตัวชิมเมอร์ แต่พอทาแล้วหน้าสว่างออร่าเป็นธรรมชาติมาก มีสีให้เลือกสำหรับคนผิวขาว – ผิวสองสี

2. Laura Mercier loose setting powder ( translucent )
ส่วนลอร่า เนิสชอบและก็ใช้มาตลอด เชื่อว่าเป็นแบรนด์ในใจของหลายๆคน ตัวนี้เป็น translucent เนื้อแป้งเป็นสีขาวค่ะ ใช้เซตพวก makeup เนื้อครีมต่างๆ

** ทั้ง Bisous & Laura เป็นแป้งประเภท Translucent ทั้งคู่ มาชมรีวิวชัดๆกันทั้งสองตัวกันดีกว่า

♡ Full review ♡

1. bisous bisous rainbow cluster loose powder ( natural beige 2 )

1
2
คุณสมบัติ เป็นแป้ง loose powder ที่ใช้เซตเครื่องสำอางค์บนใบหน้า
packaging เราชอบมากก คือมีกระจกที่ฝาให้ด้วย ดีงาม พร้อมพัฟหนานุ่มแป้งติดดีค่ะ
ความรู้สึกหลังการใช้ จะบอกว่าชอบตัวนี้มากๆ เพราะเนื้อแป้งมันเนียนนุ่มมาก เนื้อแป้งผสมกับชิมเมอร์ทำให้หน้าสว่างขึ้น เป็นเฉดเดียวกับผิวทาแล้วไม่วอกไม่เทา สามารถปกปิดได้เล็กน้อย เพราะว่ามันมีความเป็นสีนวลๆ natural ( โทนขาวเหลือง ) ถ้าเราไม่แต่งหน้าแล้วเราหยิบตัวนี้มาทาเดี่ยวๆ ก่อนออกไปข้างนอก นี่เวิร์คกว่าใช้แป้งฝุ่นธรรมดาๆอีก ตัวนี้เป็นลูกรักตัวใหม่เลย
คุมมัน 4.5/5
ราคา 995 บาท
ปริมาณ 14 g.

2. Laura Mercier loose setting powder ( translucent )

3C
4
คุณสมบัติ เป็นแป้ง loose powder ที่ใช้เซตเครื่องสำอางค์บนใบหน้า
packaging แข็งแรงดีค่ะ แต่ว่าตัวฝาไม่มีกระจกมาให้เหมือน Bisous และต้องซื้อพัฟแยก
ความรู้สึกหลังการใช้ ตัวนี้เป็นแป้ง translucent เนื้อแป้งสีขาวละเอียด ใช้เซตพวกรองพื้นหรือ makeup เนื้อครีมก็โอเคอยู่ ไม่ปกปิด แต่ใช้แล้วสีรองพื้นไม่เพี้ยน สำหรับเนิสตัว Laura ก็ดีค่ะ แต่ใครที่งบน้อยเนิสว่า catrice หรือ essence ก็ทดแทนได้ในราคาที่ย่อมเยาว์กว่า ระหว่างวันก็เติมแป้งบ้าง
คุมมัน 4.5/5
ราคา 1,295 บาท
ปริมาณ 29 g.

สรุปคือ
– Bisous ในเรื่องของคุณภาพนั้นเทียบเท่ากับ Laura แต่ว่าราคาย่อมเยาว์กว่า
– Bisous มีพัฟและกระจกมาให้ ส่วน Laura ต้องซื้อพัฟเพิ่ม และไม่มีกระจก
– Bisous มีสีให้เลือกหลายเฉด แม้จะเป็น Translucent ส่วน Laura มีเฉดเดียวคือสีขาว
– Bisous ผสมชิมเมอร์อณูที่ละเอียด ช่วยให้ใบหน้าสว่างมีออร่าเป็นธรรมชาติ (สังเกตุได้จากรูป after ของทั้งสองแบรนด์ ) ส่วน Laura จะได้ลุคแมตต์ กลืนไปกับสีผิว
– Bisous ปริมาณจะน้อยกว่า Laura นิดนึงค่ะ

สุดท้ายนี้ใครที่ชอบแบบไหนก็ลองไปเล่นดูก่อน เทสสีดูก่อนว่าเหมาะกับเราไหม
ไว้เจอกันใหม่รีวิว & ฮาวทูหน้านะคะ  ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมค่า

camera : canon60D
app : PS / Photoscape

Review Bisous Bisous Rainbow Cluster collection

cover

Hi guys พบกับเนิสอีกเช่นเคยนะคะ วันนี้เนิสมีคอลเลคชั่นของแบรนด์ Bisous Bisous ที่มีอยู่กับตัวตอนนี้มารีวิวให้ชมกันค่ะ เป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดที่นัลลั๊กกกกกกมากกกก ยังคงแพกเกจจิ้งเป็นดอกไม้เช่นเคย เนิสมี ตัวที่เป็น Base Primer , Blusher & Loose Powder ส่วนตัวชอบ Loose powder ของ Bisous มาก ก่อนหน้านี้ก็มีสะสมไว้เกือบทุกรุ่นเลย คราวนี้ออกแป้งฝุ่นมา ก็เลยซื้อมาลอง ปรากฏว่าสีและการคุมมันโอเคมากๆ ไปดูรีวิวกันทีละตัวเลยน้า

1

bisous bisous rainbow cluster loose powder ( natural beige 2 )
คุณสมบัติ เป็นแป้ง loose powder ที่ใช้เซตเครื่องสำอางค์บนใบหน้า
packaging เราชอบมากก คือมีกระจกที่ฝาให้ด้วย ดีงาม พร้อมพัฟหนานุ่มแป้งติดดีค่ะ
ความรู้สึกหลังการใช้ จะบอกว่าชอบตัวนี้มากๆ เป็นตัวโปรดที่สุดในคอลเลคชั่นนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเนื้อแป้งมันเนียนนุ่มมาก เนื้อแป้งผสมกับชิมเมอร์ทำให้หน้าสว่างขึ้น เป็นเฉดเดียวกับผิวทาแล้วไม่วอกไม่เทา สามารถปกปิดได้เล็กน้อย เพราะว่ามันมีความเป็นสีนวลๆ natural ( โทนขาวเหลือง ) ถ้าเราไม่แต่งหน้าแล้วเราหยิบตัวนี้มาทาเดี่ยวๆ ก่อนออกไปข้างนอก นี่เวิร์คกว่าใช้แป้งฝุ่นธรรมดาๆอีก ตัวนี้เป็นลูกรักตัวใหม่
คุมมัน 4.5/5
ราคา 995 บาท

2
จะเห็นว่าหลังใช้แป้ง Bisous ใบหน้าเราจะผ่องแบบมีออร่า รอยคล้ำจางลง แต่ไม่ได้ปกปิดอะไรมากมาย เนื้อแป้งสีกลมกลืนกับผิว

5
Bisous Bisous rainbow cluster base primer ( green )
คุณสมบัติ Base primer ปรับสภาพสีผิวให้สม่ำเสมอ ปกปิดรอยแดง และช่วยให้เครื่องสำอางค์ติดทนนานมากขึ้น
packaging เป็นฝาหมุน แต่ใจจริงอยากให้เป็นฝาพับเปิดปิดจะสะดวกกว่า
ความรู้สึกหลังการใช้ ตัว Base Primer ค่อนข้างจะเกลี่ยง่าย สีกลืนไปกับผิวทำให้ผิวสว่างขึ้น 1-2 ระดับ ในรูปจะเห็นว่าเบสช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวสม่ำเสมอเกือบจะเท่ากันแล้ว ซึ่งถ้าเราลงรองพื้นทับ จะช่วยให้สีรองพื้นเท่ากันมากขึ้น
คุมมัน 4/5
ราคา  795 บาท

6
Bisous Bisous rainbow cluster blusher ( apricot 3 )
คุณสมบัติ บลัชออนผสมชิมเมอร์ ปัดให้แก้มมีสีสัน
packaging น่าร้ากกก คล้ายๆแป้งพัฟเลย มีกระจกกับแปรงนุ่มๆให้ด้วย
ความรู้สึกหลังการใช้ ปัดที่แก้มแล้วมันมีความโกลว์สุขภาพดีมากๆ ใครที่ชอบสีแก้มแบบน่ารักๆ เราว่า Bisous ตอบโจทย์มากเลยอันนี้ มีหลายสีที่ช็อปแต่เนิสเลือกสีนี้มา ชมพูอมอ้มสดใส
ติดทน 4/5
ราคา  695 บาท

7

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมรีวิวค่ะ หวังว่าจะช่วยเรื่องการตัดสินใจซื้อน๊า
พบกันรีวิว & ฮาวทูหน้าค่ะ

camera : canon60D / app : PS . Photoscape

♥ REVIEW SHIMMER POWDER ♥ BISOUS x ETUDE

1

สวัสดีค่า วันนี้เนิสมาทำรีวิวแป้งทั้งสองตลับที่ใช้แล้วชอบมาก ซึ่งเป็นแบรนด์เกาหลีทั้งสองแบรนด์คือ Bisous Bisous และ Etude House ค่ะ ซึ่งนอกจากตัวแป้งแล้ว เนิสยังชอบอีกหลายโปรดักเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นอายแชโดว์ ลิป ทิ้น และอื่นๆ แต่ๆๆๆ น่าเสียดายอย่างยิ่งยวดดด ที่ Etude House ได้ทำการปิดตัวลงหลายสาขาและกำลังจะออกไปจากประเทศไทยเราแล้ว ก็คงเหลือ Bisous อีกแบรนด์ที่ชอบในดวงใจ ที่ยังอยู่และเราก้สามารถไปช็อปเดินดูสินค้าจริงๆได้อย่างสบายใจ วันนี้แป้งที่นำมารีวิวคู่กัน เพราะ เนิสพึ่งสอย Bisous rainbow cluster Crystal powder pact ( natural beige ) มา เป็นแป้งรุ่นที่ออกมาใหม่ล่าสุดเลย ไหนๆเราก็ลองแป้งเกือบทุกตัวของ Bisous แล้ว ก็เลยสอยอันนี้มาเพิ่มเลยดีกว่า พอใช้แล้วนะคะรู้สึกว่ามันมีความใกล้เคียงกับ Etude House Secret Beam powder pact เลยอ่ะ เพราะส่วนผสมของแป้งคือชิมเมอร์แวววาว โกลด์ดั่งสาวเกาหลี ซึ่งแม่จ้าวววววว อีทูดี้ไม่อยู่ แต่เราหาสิ่งทดแทนได้แล้ว ไปชมรีวิวกันเลยดีกว่าค่ะ ♥♥

♥♥ Etude House Secret Beam Powder Pact ( 02 ) ♥♥

2ตัวนี้เป็นแป้งที่แต่ก่อนคนฮิตกันมากเลยค่ะ เราก็มีเก็บไว้ใช้บ้าง แต่จะไม่ได้ใช้เวลาอากาศร้อนๆ เพราะกลัวชิมเมอร์จะวาวจนกลายเป็นหน้ามัน บวกกับตอนนั้นยังไม่ค่อยรู้วิธีคุมมันเท่าไหร่ ใช้ช่วงหน้าหนาวนี่ฟินค่ะ คือหน้าไม่มันจนเกินไป + มีชิมเมอร์ทำให้หน้าสว่างขึ้น รักเลยรุ่นนี้ แต่แบรนด์เกาหลีต้องใช้และเลือกดีๆไม่งั้นผิดเบอร์แย่เลยนะคะ ตัวนี้เนื้อแป้งละเอียดพอสมควร ราคานี่ซื้อที่เกาหลีก็ย่อมถูกกว่า ในรูปที่ใช้ประหยัดมากๆเลย ไม่กล้าใช้หมด กลัวหมดไว

37

คุณสมบัติคร่าวๆ แป้งผสมรองพื้น ช่วยเรื่องการปกปิดและควบคุมความมัน ผสมชิมเมอร์ด้วย
ความรู้สึกหลังการใช้  รู้สึกว่าหน้าเนียน ไม่ได้ปกปิดหนามาก แต่มีชิมเมอร์พอทาแล้วรู้สึกหน้าวิ้งงงงชิมเมอร์กระจายมากกก คนหน้ามันอาจจะไม่ชอบนะคะ บางทีมันก็ดูโกลว์เกินไปหน่อย ระหว่างวันหน้าจะเริ่มมันดังนั้นก็เติมแป้งได้ไม่เป็นคราบ
ระดับความปกปิด  3/5
คุมความมัน ไม่ได้คุมความมันดีขนาดนั้น อย่างที่รู้กัน งานเกาหลีนั้นเน้นฉ่ำวาวค่ะ  2.5/5
เหมาะกับคนประเภท วัยเรียน-วัยทำงาน
ภาพรวมให้คะแนนเท่าไหร่ 3/5
ราคา  จำไม่ได้แล้วค่ะ น่าจะเกือบๆพัน

♥♥ Bisous Bisous Rainbow Cluster Crystal Powder Pact ( natural beige ) ♥♥

4

แป้งตัวนี้เป็นแป้งอัดแข็งผสมชิมเมอร์ค่ะ ซึ่งออกมาใหม่ล่าสุดใน package ดอกไม้น่ารักมุ้งมิ้งตามสไตล์ของ Bisous แต่กล่องที่ใส่เป็นแบบดึงออกจากกัน แค่กล่องก็ไม่อยากทิ้งแล้ว ♥ ซึ่งตัวนี้เค้าก็เคลมเอาไว้ว่า สกัดจากธรรมชาติ มีส่วนผสมของไข่มุกช่วยบำรุงผิว เนื้อแป้งเนียนนุ่ม ( เอาจริงแป้งทุกรุ่นนี่นุ่มทุกรุ่น ปลื้มปริ่มกับพัฟสุดๆ ) มีกลิ่นหอมอ่อนๆน่ารัก และคุมมันยาวนานตลอดวัน มาดูกันว่าจริงไหม

568คุณสมบัติคร่าวๆ แป้งอัดแข็งที่ผสมชิมเมอร์ ช่วยให้หน้าสว่างและควบคุมความมัน
ความรู้สึกหลังการใช้  รู้สึกว่าหน้าเนียนนุ่มมาก บวกกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ปลื้มพัฟมากๆเพราะจิกเนื้อแป้งได้ดี เวลากดพัฟลงใบหน้าคือมันจะไม่ด่าง มันจะเท่ากันทั้งหน้า เรารู้สึกว่าเม็ดชิมเมอร์จะกระจายตัวมากกว่า Secret Beam เวลาที่ทาลงบนหน้าคือหน้ามันสว่างแบบดูดี ไม่เว่อร์เกินไป ในรูปถ่ายอาจจะเห็นเม็ดชิมเมอร์ไม่ชัด แต่เรารู้สึกว่าตัวนี้โอเคกว่า secret beam ในเรื่องของเนื้อแป้งและการคุมมัน
ระดับความปกปิด  3.5/5
คุมความมัน รู้สึกถึงความแมตต์มากกว่ารุ่นอื่นๆเลย ค่อนข้างปลื้ม 4/5
เหมาะกับคนประเภท วัยเรียน-วัยทำงาน
ภาพรวมให้คะแนนเท่าไหร่ 4/5
ราคา 995 บาท

910อันนี้เป็นลุคง่ายๆที่ลองแต่งดูเพื่อลองแป้งใหม่ ( เห่อ55 ) Bisous Bisous Rainbow Cluster Crystal Powder Pact ( natural beige ) กับ BB cream และคอนซีลเลอร์ทั่วไป คือปลื้มปริ่มมาก เพราะส่วนตัวแล้วไม่ค่อยใช้แบรนด์เกาหลีเลย ซึ่งจะหาสีที่พอดีกับเนิสยากมาก แต่บิซูคือมีสีที่เข้ากับผิวพอดี ไม่วอกไม่เทา คุณภาพก็โอเคกับราคา เพราะคุมมันด้วย ( ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเห็นโปรดักแบรนด์เกาหลีจะคุมมัน ) แป้งตัวนี้เนิสให้ผ่านเลยฮะ หน้าหนาวนี่ใช้ฟินเฟร่ออ ตอนนี้ก็มีตัวตายตัวแทนของ Secret beam แล้ว ตายตาหลับละ 555 ไว้มาติดตามชมฮาวทูต้อนรับลมหนาวกันด้วยนะฮะ จุ้บบบ ♥♥

♥♥ Thanks for visiting my blog ♥♥
camera : canon60D    app : ps / photoscape

review ♡ NEOGENCE deep pore cleansing mask

1

สวัสดีค่า วันนี้นะคะเนิสก็จะมารีวิวมาส์กโคลนที่เนิสได้ใช้มาเป็นเดือนแล้ว ละรู้สึกชอบ ซึ่งปกติเนิสจะใช้แต่มาส์กที่เป็นลักษณะเป็นแผ่น แช่เย็นปุ๊บละเอามาโปะหน้ามันก็เย็นๆดี แต่ว่ามาส์กอันนี้เนี่ยเป็นแบบใช้แล้วล้างออก ซึ่งสำหรับเนิสไม่เคยใช้มาส์กโคลนตัวอื่นมาก่อนเลย พอมาเจอ Neogence deep pore cleansing mask ตัวนี้ก็เลยลองใช้ ปรากฏว่ามันเห็นผลชัดเจน ยิ่งสำหรับคนที่หน้ามัน ยิ่งดี เพราะตัวนี้นอกจากจะพอกแล้วเย็นสดชื่นแล้ว illite clay จะช่วยดูดเอาพวกสิ่งอุดตันออกมา เหมือนเป็นการดีท็อกซ์ผิว ใครที่กำลังมีปัญหาเรื่องหน้ามันมาก มีสิวอุดตัน ลองมาส์กตัวนี้ดูนะคะ เอาล่ะ เขียนแบบนี้อาจจะไม่เห็นภาพ ยังไงก็ไปชมภาพกันเลยด้านล่างจ้า

2

ลักษณะ  packaging คล้ายโฟมล้างหน้า ขนาด 100 ml.

3

บีบออกมาจะเป็นสีเทาเข้ม เป็นสีโคลนนะคะ เนื้อครีมเข้มข้นและละเอียดมาก

let ‘ s start !

ลักษณะผิว : ผิวผสม

4

มาส์กหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีนะคะ บางคนอาจจะมาส์กเฉพาะบางจุดที่รู้สึกว่าหน้ามัน แต่ว่าเนิสชอบมาส์กทั้งหน้าเลย

5

ระหว่างรอ เราก็เล่นแอคท่ากับกล้องไปเพลินๆ 5555  ตลกตัวเองเหมือนกัน บางทีรูมเมทก็ตกใจ

10

6COPY

หลังจาก 15 นาที มาส์กแห้งสนิทเกือบทุกจุด สังเกตุที่จมูกได้เลยว่า จะเห็นว่าดูเป็นจุดเข้มๆ ซึ่งนั่นก็คือ ความมันบนใบหน้าที่มาส์กได้ดูดซับออกมาแล้ว และยังมีจุดอื่นๆอีกเล็กน้อย ซึ่งเนิสหน้ามันช่วงทีโซน และตรงจมูกมากที่สุด

7

เสร็จปุ๊บเราก็ล้างหน้าให้สะอาดค่ะ ไม่ต้องใช้โฟมล้างหน้าก็ได้ ( ล้างง่าย ไม่เหนียว )

ความรู้สึกหลังการใช้ ♡ คือเนิสเป็นคนที่ไม่ได้มีปัญหาเรื่องผิวเยอะ จะมีก็แต่เรื่องสิวเสี้ยน และความมัน เพราะเป็นคนไม่ค่อยมีสิวอุดตัน ดังนั้นสำหรับเนิส การใช้มาส์กตัวนี้เนิสชอบ เพราะหลังจากใช้ปุ๊บรู้สึกได้เลยว่าหน้ามันน้อยลงกว่าเดิม มาส์กอาทิตย์ละ 1-2 ครั้งก็จะยิ่งดี รู้สึกหน้าตึงกระชับขึ้นด้วย ที่ชอบสุดคือ มาส์กเป็นแบบล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพราะถ้าเป็นแบบลอกออกมันจะเจ็บหน้าเกินไป
ดูดซับความมัน ♡ 4.5/5
ความเย็น ♡ 4.5/5
ผิวตึงกระชับ ♡ 3.5/5
หน้าชุ่มชื้น ♡ 3/5 ( เนิสรู้สึกว่าหน้าไม่ได้แห้งนะ แต่ก็ไม่ได้ชุ่มชื้นเหมือนทาครีม )

มาส์กหน้าให้สะอาดแล้วก็อย่าลืมหมั่นทาครีม ดูแลสุขภาพ ทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วยนะคะ
ด้วยรักและห่วงใย ♡

camera : canon 60 D
app : PS / photoscape

review&howto red lips for merrez’ca

cover

สวัสดีค่า ห่างหายไปหลายสัปดาห์ เนื่องจากเนิร์สยุ่งๆกับการเรียนด้วยเพราะเปิดเทอมแล้ว ใครๆที่รอรีวิวหรือฮาวทู ก็วันนี้มาแว้ววว มารีวิว+ฮาวทูจัดเต็มกับเครื่องสำอางค์แบรนด์ Merrez’ca ซึ่งเนิสคิดว่าหลายๆคนอาจจะคุ้นเคยกันอยู่บ้าง แพกเกจสีฉูดฉาดสะดุดตาด้วยสไตล์วินเทจหรูหรา ( แต่ส่วนตัวคิดว่าบางอย่างยังไม่เนี๊ยบ ต้องปรับปรุงเรื่องแพกเกจนิดหน่อย ) แต่พอเนิสได้ลองใช้จริงๆใช้ 2-3 สัปดาห์เพื่อทดสอบคุณภาพ ปรากฏว่ามีตัวที่เนิสค่อนข้างจะอินอยู่ และอยากแนะนำจริงๆ จะเป็นตัวไหนอะไรยังไงต้องติดตามชมนะคะ  ปล. มีคลิป How-to ด้วยนะจ้ะ Keep reading

 

MERREZ’CA PERFECT MATTE COLOR BB CREAM SPF50 / PA++

1

คุณสมบัติ  BB cream ที่ให้ความปกปิดระดับปานกลาง ช่วยให้สีหน้าสม่ำเสมอและแต่งหน้าง่ายขึ้น เนื้อแมตต์
ความรู้สึกหลังใช้  เป็นบีบีครีมที่ค่อนข้างโอเคมากสำหรับเนิส เพราะว่าไม่ค่อยเห็นบีบีตัวไหนที่คุมมันเท่าตัวนี้ ซึ่งเป็นสูตรแมตต์ที่ใช้แล้วโอเค ระหว่างวันก็มีดิวอี้บ้างแต่ซับก็ผ่องเหมือนเดิม
ระดับความปกปิด  ขึ้นชื่อว่าบีบี ไม่ได้ปกปิดเนียนระดับ HD อยู่แล้วค่ะ ตัวนี้ก็ใช้ในวันสบายๆหรือไปเรียนได้สะดวก ปกปิดปานกลาง ส่วนมากเราใช้บีบีให้แป้งมันติดหน้าดีมากขึ้นนะ
คุมความมัน  3/5
ภาพรวมให้คะแนน   3/5
ข้อเสนอแนะ   เป็นไปได้อยากให้คุมมันได้ดีกว่านี้ ( ควรจะมีชื่อสีบอกชัดเจนที่ตัวผลิตภัณฑ์ มากกว่าเป็นสติ้กเกอร์แปะไว้)

11copy

MERREZ’CA PRIME TIME FOUNDATION PRIMER

2

คุณสมบัติ ไพร์เมอร์ชิมเมอร์ที่ลงก่อนลงรองพื้น ช่วยให้การแต่งหน้าง่ายขึ้นและเครื่องสำอางค์ติดทนนานยิ่งขึ้น
ความรู้สึกหลังการใช้  รู้สึกว่าพอใช้แล้วเครื่องสำอางค์ติดทน แต่งหน้าง่ายขึ้น แต่ด้วยความที่มีชิมเมอร์ เลยทำให้ได้ลุคดิวอี้ระหว่างวัน อาจจะต้องซับถ้าใครไม่ชอบดิวอี้ เนิสว่าไม่เหมาะกับคนผิวมันนะคะ
คุมความมัน  3/5
ภาพรวมให้คะแนน 3.5/5
ข้อเสนอแนะ  อยากให้มีไพรเมอร์เนื้อแมตต์ออกมา สำหรับคนที่ไม่ชอบชิมเมอร์

22copy

( ภาพอาจจะเห็นชิมเมอร์ไม่ชัดนะคะ แต่ตัวชิมเมอร์ค่อนข้างกลืนกับผิวได้ดี )

MERREZ’CA LOVELY SHIMMER MAKEUP BASE

3

คุณสมบัติ เบสชิมเมอร์เมคอัพ ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และช่วยผิวสว่างขึ้น มีสองสี สีเขียวและชมพู
ความรู้สึกหลังการใช้  ส่วนตัวใช้แล้วก็รู้สึกว่า ไม่ได้ช่วยกลบเรื่องรอยแดงรอยเส้นเลือดเท่าที่ควร ซึ่งชิมเมอร์เม็ดค่อนข้างใหญ่ เลยทำให้คุมค่อนข้างยาก ทางที่ดีควรจะใช้ไฮไลท์ในบางจุดมากกว่าที่จะใช้ทั้งใบหน้าค่ะ
คุมความมัน  3/5
ความโกลด์  4/5
ภาพรวมให้คะแนน 3/5
ข้อเสนอแนะ  อยากให้มีเบสเมคอัพเนื้อแมตต์และปกปิดรอยแดงได้มากกว่านี้ค่ะ

33copy

MERREZ’CA COLLAGEN TWOWAY CAKE POWDER

4

คุณสมบัติ แป้งทูเวย์ ช่วยในเรื่องของการปกปิดและคุมมัน ช่วยให้ผิวเรียบเนียน
ความรู้สึกหลังการใช้  เราจะรู้กันอยู่แล้วว่าแป้งทูเวย์จะมีความหนาถ้าหากใช้พัฟกดซ้ำหลายๆรอบ ซึ่งทางแก้ก็คือใช้แปรงแทนพัฟ หรือไม่ก็ใช้พัฟแต่ไม่ต้องจิกเนื้อแป้งเยอะจนเกินไป แต่ว่าพอใช้แล้วหน้าเนียน ระหว่างวันมีซับบ้าง ใช้แล้วหน้าไม่หมอง
ระดับการปกปิด  4/5
คุมความมัน  3/5
ภาพรวมให้คะแนน 4/5

44COPY

MERREZ’CA CC MATTE POWDER CAKE

5

คุณสมบัติ แป้ง CC matte ให้การปกปิดแค่ปานกลาง ช่วยให้ใบหน้าเรียบเนียน และสว่างขึ้น
ความรู้สึกหลังการใช้  แป้ง CC ตัวนี้จะไม่ได้ปกปิดเท่ากับทูเวย์ แต่จะช่วยให้ใบหน้าสว่างขึ้นแบบเป็นธรรมชาติ เหมาะกับการใช้ในวันสบายๆ ชอบตรงที่มีความแมตต์ และพัฟที่ให้มาก็ใช้ดีมาก ( แต่ปกติเนิสชอบใช้แปรงแทนพัฟเซตทุกอย่างบนใบหน้า)
ระดับการปกปิด  2.5/5
คุมความมัน  4/5
ภาพรวมให้คะแนน 4/5

55COPY

MERREZ’CA PERFECT FACE POWDER

6

คุณสมบัติ คล้ายแป้ง translucent มากๆแต่ว่าจะมีสีให้เลือกใช้ ( เนิสใช้ soft beige )
ความรู้สึกหลังการใช้  เนิสใช้แทนแป้ง translucent ไปเลย ชอบตรงที่มีสีให้เลือก เพราะแป้งบางตัวคือมีสีเดียวและลำบากสำหรับคนผิวสี แต่ต้องใช้แบบระวัง เพราะเดี๋ยวจะเลอะเทอะ 555 ชอบที่เนื้อแป้งนุ่มมาก ใช้แล้วกลืนไปกับสีผิว เหมาะกับการใช้เชตเครื่องสำอาง เพราะสีจะไม่เพี้ยน หน้าจะไม่เทาเด้อออ
ระดับการปกปิด  ไม่ปกปิด
คุมความมัน  3.5/5
ภาพรวมให้คะแนน 4/5

66copy

( โหววว แทบไม่ต่างกัน 555 กลืนไปกับผิวดีเกิ๊นนนน )

MERREZ’CA MINERAL PEARLS BLUSH

7

คุณสมบัติ บลัชออนชิมเมอร์ ปัดให้แก้มเป็นสีต่างๆ
ความรู้สึกหลังการใช้  คือชอบมากตรงที่มีหลายสี ละเราสามารถแยกใช้แต่ละสีได้ หรือจะปัดรวมกันก็ได้ มีทั้งแมตต์และชิมเมอร์ ชอบสุดคือความติดทนที่แบบทาเช้า เย็นยังติดอยู่ มันดีงามตรงนี้มว๊ากกกกกก แต่ในส่วนของบรอนซ์เซอร์มันชิมเมอร์จ๋าเกินไป ไม่เหมาะกับการมาคอนทัวร์กรอบหน้าแน่นอน ใช้เป็นไฮไลท์จะดีกว่านะคะ
ภาพรวมให้คะแนน 5/5

8COPY

9COPY

10COPY

12COPY
13COPY

14COPY

( ขออภัยนะคะ เนิสลืมถ่ายสี lovely cheek ซึ่งเป็นโทนส้มๆ)

MERREZ’CA SPEAK VELVET LIP

15

16

คุณสมบัติ ลิปสติกแบบจิ้มจุ่ม พอทาแล้วรอซักพักจะได้ลุคแมตต์ ติดทนนาน
ความรู้สึกหลังการใช้  เป็นตัวที่ชอบมากอีกตัวเพราะว่ามันติดทนนานจริงๆ กินข้าวแล้วยังติดอยู่ สีแดงเข้มคือดีงามมาก ปลื้มปริ่มมากกับไอเทมนี้ สำหรับเราเราว่ามันไม่ได้แห้งเว่อร์เกิน กำลังพอดีๆ
ติดทนนาน  5/5
ภาพรวมให้คะแนน 5/5

MERREZ’CA LIPSTICK MATTE COLOR

23

24

คุณสมบัติ ลิปสติกเนื้อแมตต์ ให้ลุคที่แมตต์และติดทน
ความรู้สึกหลังการใช้ รู้สึกว่าตัวนี้เนื้อดี สีชัดแต่ว่าเวลากินอะไรก็หลุด เพราะมันไม่ใช่ลิปลิขวิด ต้องคอยเติมบ้าง แต่ถ้าซับกับทิชชู่ก็จะทำให้ติดทนนานยิ่งขึ้น แต่สีแซ่บแสบทรวงดี
ติดทนนาน  4/5
ภาพรวมให้คะแนน 4/5
ข้อเสนอแนะ  น่าจะมีสีเยอะกว่านี้นะคะ เหมือนลิปจิ้มจุ่มที่มีสีค่อนข้างหลากหลายโทน

MERREZ’CA PERFECT BROWN PENCIL 1.5 MM

25

26

 คุณสมบัติ ดินสอเขียนคิ้ว หัวเล็ก 1.5 mm.
ความรู้สึกหลังการใช้ ใช้ง่ายมาก คือดีมากเพราะว่าเราจะได้คิ้วที่เรียวสวย และแปรงปัดขนอีก้านก็ดีงาม แต่เราว่าสีดำของเค้ามันยังดำไม่สุดเท่าไหร่ ออกน้ำตาลเข้มมากกว่า
ติดทนนาน  4.5/5
ภาพรวมให้คะแนน 4.5/5

HOW-TO RED LIPS FOR MERREZ’CA

ลุคนี้เนิสจะใส่ความแซ่บกับความน่ารักผสมๆกันไป ( เอ๊ะ ยังไง? 555) คือมันออกจะวินเทจนิดๆเลยถ้าใส่คู่กับลายทางเหมือนที่เนิสใส่คาดผมในวิดิโอ คือเนิสยังหลงใหลในปากแดงๆแบบวินเทจอยู่ เลยทำคลิปนี้ให้ออกมาในสไตล์ที่ชอบ อย่าลืมเข้าไปดูกันนะคะ เยิฟๆ ❤

more pics

p2

p3

p1

♥️♥️♥️♥️♥️ Thank you ♥️♥️♥️♥️♥️
camera : canon60d  app: PS / photoscape / final cut pro
contact lens : mini nobluk grey