แต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางแบรนด์ไทย ราคาประหยัดดูดี ออกงานได้ | makeup tutorial

intro

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้มาแต่งหน้าเอาใจสาวงบน้อย หรือคนที่ต้องการแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางที่ราคาประหยัด แต่ยังคำนึงถึงคุณภาพอยู่ ปกติเมืองไทยเรานิยมใช้เครื่องสำอางต่างประเทศกันมากๆ บางยี่ห้อราคาก็สูงพอสมควร วันนี้เนิสเลยจะมาใช้ เครื่องสำอางแบรนด์ไทย ในการครีเอทลุคแต่งหน้าลุคนี้ค่ะ

ขอขอบพระคุณ mistine เครื่องสำอางแบรนด์ไทยที่ส่งสินค้ามาให้เนิสได้ลองเล่นหลายตัวมากๆ บางตัวเนิสใช้มานานมากๆแล้วตั้งแต่เริ่มแต่งหน้าใหม่ๆเลย เพราะของเค้าบางตัวนี่ดีมากจริงๆ ทำให้เนิสได้แรงบันดาลใจในการใช้เครื่องสำอางแบรนด์ไทยราคาไม่แพงมาครีเอทลุคนี้ค่ะ

ลุคนี้จะเป็นลุคแบบ สวย คลีนๆ ดูแพง ใช้ได้ในหลายๆโอกาส ดูสุภาพด้วยนะเทอวววว ทรงผมก็มีส่วนค่ะ ตอนนี้เนิสผมสั้น ก็ปัดไปข้างใดข้างนึง หวีให้เรียบๆคล้ายๆสไตล์ wet look ก็จะดูเก๋ไปอีกแบบ สำหรับคนผมยาว ลองรวบตึงหางม้าก็สวยค่ะ เอาล่ะ ไปดูฮาวทูกันเลยจ้า

product

อุปกรณ์
1.  mistine champagne pink complete eye palette
2. mistine brow’secret compact eyebrow EB3
3. mistine see through oil control powder spf25 pa++
4. mistine 3D brow’secret brow set 01
5. mistine super black fixed liner
6. mistine supermodel maximum fast lash extension
7. mistine all season blush on 03
8. mistine bb wonder cream 02
9. mistine woo woo woo long lasting lip color 08
10. mistine woo woo woo long lasting lip color 02

ขั้นตอนการแต่ง

BB

เตรียมผิวด้วยการลงมอยส์เจอไรเซอร์ที่ใช้เป็นประจำทุกวัน จากนั้นก็ลง mistine bb wonder cream สี 02 เนิสชอบใช้แปรงในการเกลี่ย แต่จริงๆใช้มือก็จะทำให้บีบีกลืนไปกับผิวได้ดีเหมือนกันค่ะ แล้วแต่ความถนัด ใต้ตาสามารถใช้ bb แท็ปๆและเกลี่ยให้เป็นคอนซีลเลอร์ได้สำหรับคนที่ไม่ได้แพนด้าหนักๆ

POWDER

POWDER

ต่อมานะคะ เนิสก็จะมาลงแป้งเพื่อเซ็ตทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทาง แป้งที่ใช้วันนี้คือแป้งตัวใหม่ของมิสทีน น่าลองดีเห็นบอกว่าคุมมันค่อนข้างโอเคเลย จริงๆแป้งมิสทีนดีๆหลายรุ่นนะคะ ส่วนตัวชอบรุ่น Diva เพราะใช้ตั้งแต่เริ่มแต่งหน้าแรกๆเลย แป้งที่ใช้วันนี้คือ mistine see through oil control powder spf50 pa++ ค่ะ เนิสใช้สี S2 ผิวขาวเหลือง สีค่อนข้างกลมกลืนกับผิวดีค่ะ รุ่นนี้มีทั้งหมด 3 เบอร์

brown

ในส่วนของคิ้วนะคะ ใช้ทั้งหมด 3 สิ่งด้วยกัน ขั้นแรกจะเริ่มร่างโครงคิ้วด้วยดินสอแบบออโต้จาก mistine 3D brow’s secret brow set สี 01 ออกน้ำตาลเทา / เสร็จแล้วใช้แบบฝุ่นจาก mistine brow’s secret compact สี EB3 เขียนให้คิ้วเราเข้มขึ้น / เก็บคิ้วด้วยคอนซีเลอร์ / ปัดขนคิ้ว

2

eye1

มาถึงอายแชโดว์กันล้าวววว ใช้พาเลตเดียวจบ คือ mistine champagne pink complete eye palette ค่ะ ใช้สีอ่อนก่อน จากนั้นก็เริ่มคัดเบ้าเล็กน้อยด้วยสีที่เข้มขึ้น (ตามภาพเลย) จากนั้นเพิ่มความ glam ด้วยการทาทับเปลือกตาด้วยสีทองชิมเมอร์ และกรีดไลน์เนอร์วิงยาวออก

ปล.ชอบอายแชโดว์รุ่นนี้มาก คือมีหลายโทนนะน่าจะประมาณ 3 โทนหลักๆ เนิสมี nudy brown อยู่แล้วใช้ประจำเลย พอมีตัวแชมเปญพิงค์ออกมานี่ชิบหนัก เพราะมัน soft และแต่งได้ทุกวันเหมือนกัน

eye2-แก้

จากนั้นก็ปัดมาสคาร่า และติดขนตาปลอมได้เลย วันนี้ติดขนตาปลอมชั้นเดียว

contour

สำหรับ บลัชออน เนิสใช้ mistine all season blush on 03 สีพิกเมนต์แน่น ติดทน สีสวยและมีให้เลือกหลายสีค่ะ ในส่วนของ contour ขอประยุกต์นำอายแชโดว์คิ้วสีน้ำตาลอ่อนมาคอนทัวหน้า-จมูกแทน 55 จากนั้นก็ใช้คอนซีลเลอร์กลบขอบริมฝีปากก่อนทาลิปค่ะ

.

FINISHED LOOK

1

ลิปสติกเนิสใช้ mistine woo woo woo long lasting lip color #02 ค่ะ ออกนู้ดชมพูสวยหวานมาก ไม่ได้แมตซะทีเดียว ยังคงความชุ่มชื้นอยู่ ราคาไม่แพง กลบสีปากมิด ถือว่าควรมีเลยนะตัวนี้
#Highlight บนหน้าเนิสใช้ สี rose lagoon จากพาเลตแชมเปญ มาไฮไลท์จุดตกกระทบแสงบนหน้าเราค่ะ ต้องทำการมิกส์ทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ 5555 เพื่อความประหยัด

a

หรือถ้าอยากไปแซ่บต่อก็ได้ เพียงก็เปลี่ยนสีลิป เนิสใช้ mistine woo woo woo #08 ค่ะ สีแดงเฉิดฉาย ไม่อ่อนไม่เข้มจนเกินไป

2

b

ก็หวังว่าทุกคนจะ enjoy นะคะ ใครที่สนใจก้ลองนำไปแต่งตามได้เลยค่า
ง่ายๆเลยลุคนี้ วันนี้ลาไปก่อน พบกันฮาวทูหน้าจ้า

camera : canon60D

 

 

 

 

SMOOTH E ACNE EXTRA SENSITIVE CLEANSING GEL

1

ฮัลโหลลล สวัสดีค่าทุกคน วันนี้มาพบกับเนิสแบบ Blog บ้างเนอะ จากที่เห็นค่าตามหัวข้อเลย วันนี้เนิสจะมารีวิว Smooth E Acne Extra Sensitive Cleansing Gel เป็นเจลล้างหน้าแบบเนื้อเจลใสๆนะคะ ใครที่ติดตามฮาวทูของเนิสตั้งแต่แรกๆจะเห็นเลยว่าเนิสใช้สมูทอีมาตลอดค่ะ คือเป็นแฟนคลับของสมูทอีตั้งแต่ ม.4 ไม่ว่าจะเป็นครีมทาหน้า ครีมทาตัว หน้าและผิวรอดมาถึงทุกวันนี้เพราะสมูทอีเป็น เวชสำอางค์ จึงมั่นใจ ใช้มานานจริงๆ ไม่ได้โม้ คือรักมาก คอยติดตามโปรดักที่ออกใหม่ของเค้าอยู่เรื่อยๆ จนวันนี้เจอตัวที่น่าสนใจอีกตัว ซึ่งก็คือเจ้าเจลล้างหน้าตัวนี้แหละ ใครอยากรู้ keep reading!!

2


Smooth E Acne Extra Sensitive Cleansing Gel

เวชสำอางเจลล้างหน้าสำหรับคนหน้ามัน หรือคนที่มีปัญหาสิว ซ้ำๆซากๆ ที่เป็นๆหายๆ เป็นสูตรอ่อนโยนพิเศษสำหรับคนผิวแพ้ง่าย ซึ่งเนิสว่ามันดีมากๆ ครอบคลุมทุกสภาพผิวเลย

คุณสมบัติหลักๆของเจ้าตัวนี้ก็คือ
เป็นเจลใส 100% Non-Ionic อ่อนโยนต่อผิว ไม่ทิ้งสารตกค้างบนผิว ผิวนุ่มไม่แห้งตึง และมีสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยในเรื่องการขจัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกไป เผยผิวใสดูสุขภาพดี สูตรนี้เหมาะมากสำหรับคนแพ้ง่ายและคนหน้ามัน รอยสิวจะไม่กลายเป็นสิวขรุขระหลังใช้แน่นอนค่ะ

6

5

foil ปิดฝาหลอด

3


ส่วนผสมหลักๆคือ  

1. Glycolic acid ที่ช่วยสลายสิ่งสกปรก เช่น เหงื่อไคล คราบเหงื่อ ช่วยป้องกันการอุดตันของรูขุมขน
2. Salicylic acid เป็นสารละลายได้ดีในน้ำมัน oil-soluble ช่วยล้างไขมันที่รูขุมขนให้หลุดออก ช่วยลดการอุดตันของสิว และทำให้ไม่เกิดสิวอีก รูขุมขนจะค่อยๆเล็กลง
3. Algae extract & Vitamin E สารสกัดจากสาหร่ายทะเล ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิว ผสานผิวหน้า หรือร่องรอยของสิวให้ดูเรียบเนียนขึ้น ช่วยคงความชุ่มชิ้นให้ผิวไม่แห้งตึง

.

อันนี้เนิสก็จะมาทดสอบให้ดูกันนะคะว่าล้างแล้วเป็นยังไงบ้าง

7

8

เนื้อเจลใสๆ ตอนเอามือวนๆรู้สึกสบายหน้ามากกกก กลิ่นหอมแบบคลีนๆตามสไตล์ Smooth E ค่ะ
นวดๆวนๆอยู่สักพักก็ล้างหน้าด้วยน้ำสะอาด

9

พอล้างปุ๊บคือรู้สึกเลยว่าหน้าสะอาดขึ้น คือดีย์ แบบเนิสเคยใช้พวกเจลล้างหน้าเหมือนกัน แต่ไม่รู้สึกสะอาดเท่าสมูทอีเลยยย มันจะแบบยังลื่นๆเหมือนล้างหน้าไม่สะอาดอ่ะ แต่สมูทอีคือล้างหน้าแล้วหน้าไม่ลื่น หน้านุ่ม สะอาด แต่ก็ไม่แห้งเอี๊ยดๆถือว่าเจลตัวนี้โอเคมากค่า เนิสให้ผ่านนน

10

มาสรุปความพึงพอใจนะคะ

กลิ่น 5/5 คือเป็นกลิ่นคลีนๆตามแบบฉบับของสมูทอี
ความสะอาด 5/5 เพราะล้างหน้าแล้วรู้สึกสะอาดจริงๆ ใครที่คิดว่า เจล ล้างหน้าแล้วไม่สะอาด แนะนำให้ลองตัวนี้แล้วจะรักค่ะ เพราะเนิสเองก็ใช้โฟมมาตลอด แต่ตอนนี้เทใจให้เจลของสมูทอีไปแล้ว
ราคา มี 2 ขนาด 1 oz. ราคา 99 บาท / 4 oz. ราคา 330 บาท

สรุปสั้นๆ
ว่า เจลตัวนี้ลดผิวมัน สิวซ้ำซาก รูขุมขนเล็กลง คงความชุ่มชื้น ฟื้นฟูสภาพผิว คนมีสิว หรือ พร้อมมีสิวตลอดเวลา (สิวเป็นๆหายๆ) ใช้ได้

มีจำหน่ายที่ร้านขายยา , ห้างสรรพสินค้า และ 7-Eleven ทุกสาขา ค่ะ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาชมนะคะ ไว้เจอกันใหม่รีวิวหน้าค่า
Camera : Olympus EPL-7 / Canon60D

 

 

รีวิวแป้งผสมรองพื้น Baby Puff ไม่มีน้ำหอม คนแพ้ง่ายก็ใช้ได้!

1

 สวัสดีค่าทุกคนน วันนี้เนิสจะมารีวิวแป้งผสมรองพื้น ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว แม้คนที่ผิวแพ้ง่ายก็ใช้ได้ หายห่วง ปราศจากน้ำหอมด้วย แป้งผสมรองพื้นตัวนี้เป็นของแบรนด์ Baby Puff ค่ะ หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยรู้จัก เดี๋ยวรู้จักแน่นอนจากรีวิวนี้เพราะเนิสจะมาสวอชสีแป้งให้ดูและทดสอบความปกปิดและคุมมันด้วยจ้า ขอบอกนิดนึงว่าข้อดีของแป้งผสมรองพื้นคือ ช่วยให้ผิวเราดู flawless และเครื่องสำอางค์ติดทน และคสบคุมความมันได้ค่อนข้างดีกว่าแป้งที่ไม่ผสมรองพื้นค่ะ เรามาดูภาพโดยรวมของแป้งตัวนี้กันเถอะ

2

หน้าตาของตลับก็จะเป็นแบบเรียบง่าย มีช่องใส่พัฟและกระจกบานเบอเริ่มม ส่องแล้วชัดแจ๋วว
หรือใครที่ไม่ชอบใช้พัฟ แนะนำว่าใช้กับแปรงหัวฟูๆก็ได้ค่ะ

3

เนิสได้มาทั้งหมด 3 เฉดสีนะคะ ซึ่งครอบคลุมโทนสี ตั้งแต่ผิวขาว หรือโทนชมพูและโทนเหลือง

5

ที่สำคัญแพกเกจจิ้งไม่ได้กะโหลกกะลาเลยนะขอบอก  น้ำหนักไม่เบาไม่หนักไป พกไปไหนก็สะดวก
ชอบที่กระจกบานใหญ่นี่แหละ เวลาส่องปัดแก้ม ทาลิปแล้วสะใจมากค่ะ

6

ในกล่องจะแนบวิธีใช้มาด้วยค่ะ มาเต็มมมากกก แบรนด์นี่น่ารักสุดๆ ซึ่งจะสรุปง่ายๆว่า
เนื้อแป้ง : บางเบา ปกปิดได้ light – medium แล้วแต่ลักษณะการใช้ของแต่ละคน
ควบคุมความมัน : เนิสให้ 4.5/5 เพราะแป้งมีความแมตต์ดี และคุมมันได้โอเคมาก อยู่หน้าไฟหน้ายังไม่มัน
กลิ่น : ไม่มีน้ำหอม ดังนั้นแป้งก็ไม่มีกลิ่นใดๆค่ะ
พัฟ : ในส่วนของพัฟ ก่อนใช้ถ้าชุบน้ำมาหมาดๆ ก็จะทำให้จิกเนื้อแป้งได้ดีมากขึ้น บางครั้งเนิสก็ใช้กับแปรงแทนได้ กลายเป็น loose powder ได้เลย เพราะเนื้อก็จะบางเบาไปอีกเมื่อใช้กับแปรง แล้วแต่จะประยุกต์

4

มาดูสวอชกันค่ะ  เนิสสวอชหลังมืออ ช่วงนี้แทนขึ้น มือดำเลยนิ 5555
เบอร์ 1 สำหรับคนผิวขาว – ผิวขาวเหลือง
เบอร์ 2 สำหรับคนผิวที่อันเดอร์โทนชมพู
เบอร์ 3 สำหรับคนที่อันเดอร์โทนเหลือง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ลองทาที่หน้าบ้าง before – after

1

ก็จะเห็นว่าปกปิดได้ประมาณ light – medium ค่ะ เนิสว่าเหมาะที่จะใช้ได้ทุกวันเลย

.
.
.
เนิสก็มีฮาวทูง่ายๆเล็กๆน้อยๆมาฝากทุกคนกันค่า ได้ inspiration จากตอนที่ไปญี่ปุ่น เพราะสาวญี่ปุ่นเน้นแต่งหน้าธรรมชาติ และชอบปัดแก้มสูงๆแบบบริเวณใต้ตางี้ คือตอนแรกก็ว่าแปลกดีนะ บางทีปัดเข้มปัดน้อยก็แล้วแต่ความชอบ ไปดูฮาวทูกันนนนนน
( เน้นแต่งง่ายๆ เหมือนว่าตื่นมาก็สวยเลย 55 )

2

ขั้นแรกก็ลงรองพื้นที่เนื้อบางเบาหน่อย และก็ลงคอนซีลเลอร์ปกปิดรอยคล้ำ จากนั้นก็กดทับด้วยแป้ง baby puff เพื่อเซตทุกอย่างบนใบหน้าจ้า เนิสจะใช้วิธีแท็บๆเน้นบนิเวณทีโซนและใต้ตา จากนั้นก็ใช้แปรงปัดให้ทั่วใบหน้าเลย

3

ขั้นตอนการแต่งตาก็ไม่ยากเลยค่ะ ใช้สีส้มชีชๆทาให้ทั่วบริเวณเปลือกตาและใต้ตา ใช้สีเดียวพอนะ จากนั้นก็กรีดไลน์เนอร์แบบไม่ต้องหนามาก ลากยาวออกไปแบบไม่ต้องวิงขึ้น ให้ความรู้สึกตาหวานๆแบบสาวญี่ปุ่น เกาหลี ปัดมาสคาร่า ติดขนตาที่ฟูๆแบบเป็นธรรมชาติไม่ต้องหนามาก

4

งานปัดแก้มก็มาาา ปัดใกล้ๆใต้ตาแบบเกือบติดตาเลยก้ว่าได้ เพื่อความแบ๊ว จากนั้นก็ปัดไฮไลท์ทับให้หน้าดูโกลว์

finished look
งานมโนเสมือนว่าตื่นมาก็สวยเลยยย ( หืมมม ? ) พยายามแบ๊วให้เหมือน kawaii girl แล้ววทำได้ไหม ?

a

ส่วนลิปเนิสก็ทำเป็นแบบ ombre เบาๆ ใช้สีนู้ดกับสีแดงมาเกลี่ยๆ ก็จะได้ปากที่แบบกระจุ๊บกระจิ๊บ นัลลั๊กกก

b

.
.
ก็หวังว่าทุกคนจะ enjoy กับรีวิวนะคะ แล้วพบกันใหม่รีวิวหน้าจ้า
Thank you

camera : canon60D / Olympus EPL-7

 

PURPLE HAIR EXP. W/TUTORIAL

cover

สวัสดีค่าเพื่อนๆ วันนี้เนิสจะมาแชร์ประสบการณ์ + วิธีทำผมสีม่วงครั้งแรก ที่เนิสได้ทำมาเป็นเวลา 1 เดือนแล้ว เผื่อคนที่สนใจแล้วอยากลองทำบ้าง เนิสนำวิธีดูแลผมของเนิสมาแชร์ให้ด้วย เพราะการทำสีต้องควบคู่ไปกับการดูแลที่ดีค่ะ ซึ่งการทำสีครั้งนี้อยู่ในงบหลักร้อยเท่านั้นเอง ทำไม่ยากแล้วสีก็อยู่นานพอสมควรเลย ที่เนิสไม่ทำที่ร้านเพราะว่ารู้สึกว่าราคาค่อนข้างสูง แต่สีก็เฟดออกไวเหมือนกัน ละกลัวว่าร้านจะกัดสีไม่ถูกใจด้วย ก็เลยทำเองดีกว่า

ขั้นตอนการทำผมสีม่วง
ขอบคุณภาพจาก cr.google ที่เนิสขอยืมมาใช้ edit ให้คนอื่นเข้าใจง่ายขึ้นนะคะ

1

ขั้นตอนแรก คือ การฟอกสีผมให้สว่างที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ
เนิสฟอกสีผมด้วย FARGER HAIR CARE EXPERT HIGHT LIFT 00/00 ราคาไม่เกิน 100 บาท ซึ่งเป็นสีฟอกสีผมที่เค้าเคลมว่าสว่างถึง 10 ระดับ อ่านดูแล้วดูน่าสนใจดีก็เลยซื้อมาลอง ผมเนิสค่อนข้างยาวและหนาพอสมควร จึงใช้ทั้งหมด 2 กล่อง ผสมกันทั้งหมดและจัดการปาดลงผมให้ทั่วทั้งศรีษะ ทำที่ปลายก่อน จากนั้นค่อยมาทำที่โคนค่ะ ปลาย 40 นาที โคน 20 นาที
.
ใครหาตัวนี้ไม่ได้ ลองใช้ NIGAO maxx light 00/00 ได้จ้า
.
.
ผลลัพธ์
พอฟอกเสร็จ รู้สึกว่าผมสว่างขึ้นมากจริงๆ มากกว่าตัวที่เคยฟอกมา แต่ผลที่ออกมาคือ ผมขาดเยอะมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะผมเนิสไม่แข็งแรง หรือว่าเป็นเพราะน้ำยาฟอกมันแรงกันแน่ แต่ก่อนที่ทำเนิสรู้สึกว่าผมเนิสค่อนข้างสุขภาพดีเลยเพราะเนิสดูแลมาดีตลอด เลยลองปรึกษาช่างที่รู้จัก เค้าก็บอกว่า ผมเราขาดโปรตีน ให้ใช้พวกเซรั่มบำรุงที่สามารถบำรุงลึกถึงแกนผมข้างใน
.
.
2

อันนี้ก็คือภาพเปรียบเทียบ before & after ค่ะ จะเห็นว่าพื้นผมของเนิสเป็นสีน้ำตาล ไม่ได้ดำสนิท นี่ฟอกแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ผลที่ได้คือ ผมสว่างขึ้นเยอะมาก แต่ออกไปทางเหลืองๆทองๆมากกว่า เห็นกระจุกสีที่สว่างที่สุดนั่นไหม นั่นแหละผมขาดค่ะ คาดว่าโดนกัดแหลกกกกกก ส่วนตัวผมเนิสไม่ได้เสียอะไรมาก จับแล้วยังนิ่มอยู่ แค่รู้สึกว่าแห้งกว่าเดิมและฟูกว่าเดิมเพราะผมขาดทำให้ไม่มีน้ำหนัก ( แอบคิดถึงผมเดิมมาก ผมเดิมคือดีมากกกก T^T )

.
.
.
หลังจากฟอกสีผม เนิสพักผมเป็นระยะเวลา 1 อาทิตย์ สระผมประมาณ 1-2 ครั้ง/สัปดาห์ และหมักผมนานๆหน่อยโดยใช้ทรีทเม้นท์ที่เข้มข้นๆ เนื่องจากช็อคที่ผมขาดเยอะ 5555 และก็นั่งคิดนอนคิดว่าจะทำสีอะไรต่อดี เพราะไม่ได้ชอบสีเหลืองบนหัวนี่เอาซะเลย ก็เลยคิดว่าจะลงสีม่วง คิดว่ามันคือสีคู่ตรงข้ามกับสีเหลือง มันน่าจะเอามาตัดกัน พอเฟดแล้วน่าจะดี (ทำผมเป็นอย่างเดียวไม่พอนะคะ ต้องมโนหนักด้วย 555)
.
.
L E T ‘ S   D O   P U R P L E   H A I R
.
.
3

หลักๆผมยาวแบบเนิสคือใช้ 2 กล่องอยู่แล้ว เนิสเลยเลือกใช้สีหลักสองสีคือ สีม่วง p.40 กับ สีเทา p.17 มาผสมกันในอัตราส่วนที่เท่าๆกัน 1:1 (ผสมทั้งสีและไฮโนเจนให้หมดอย่าให้เหลือ) พอเราคนสองสีให้เข้ากันเสร็จแล้ว เนิสก็ใช้สีน้ำเงิน p.38 บีบตัวสีออกมาผสมซัก 20% ไม่ต้องเยอะ และคนให้เข้ากันค่ะ จากนั้นก็เอามาละเลงหัวเราได้เลย เมื่อเราปาดให้ทั่วหัวแล้วก็ทิ้งไว้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง
ราคากล่องละประมาณ 60-70 บาท
.
.
ปกติส่วนใหญ่คนมักผสมสีน้ำเงินลงไปเยอะ แต่เนิสคิดว่าถ้าผสมลงไปเยอะ พอเฟดมันจะออกเขียวซะมากกว่า เลยเลือกใช้สีม่วงเป็นหลักแทน
.
.
.
5

อันนี้ก็จะเป็นสีที่ได้ค่า จะออกม่วงๆแบบอาราเล่เลย 55555 สภาพผมคือ ตรงปลายมันแห้งมากก็เลยตัดออกไปซะ ผมเลยสั้นกว่าเดิม ผมยังนิ่มอยู่ค่ะแค่ไม่ค่อยมีน้ำหนักเลยทำให้ผมดูฟู
.
(ผมจะออกมาเป็นรูปแบบไหน ขึ้นอยู่กับพื้นผมของแต่ละคน เนิสเป็นคนผมหยักศกสภาพเลยออกมาเป็นแบบนี้ แต่เพื่อนเนิสที่ผมตรงสลวย เวลาที่ฟอกสีหรือทำสีก็ยังคงผมสลวยเหมือนเดิมค่ะ แค่แห้งขึ้นนิดเดียวแค่นั้นจริงๆ)
.
.
การดูแลหลังจากย้อม
.
หลังจากย้อมผมเสร็จ เนิสจะสระผมแค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น เพราะผมจะแห้งแบบไม่มันเลย ใช้ dry shampoo ช่วยด้วยก็ได้ถ้าวันไหนรู้สึกว่าผมมัน เวลาสระผมต้องสระกับน้ำเย็นหรือน้ำธรรมดาเท่านั้น ห้ามสระกับน้ำร้อนเด็ดขาด เพราะจะทำให้ผมเรายิ่งแห้งและเสียหนักกว่าเดิม เวลาเป่าผมให้เป่าลมเย็น ต้องอดทนค่ะมันอาจจะนานหน่อยแต่เพื่อผมเรา เราต้องสู้!! งดการทำเคมีในช่วงอาทิตย์แรกๆ เช่น หนีบ ไดร์ร้อน เป็นต้น
.
.
.
6

ขั้นตอนการสระผม

1. เนิสใช้แชมพูของ L’oreal hair spa nourishing shampoo ค่ะ ตัวนี้ใช้แล้วชอบตรงที่รู้สึกหนังหัวสะอาด กลิ่นหอมอ่อนๆ ใช้แล้วผมไม่แข็ง สระ 2 รอบตามปรกติค่ะ ซื้อที่ eve and boy ราคา 250 บาท เพราะหาตามร้านทั่วไปยากมากกกกกกกกกกก

2. พอสระเสร็จก็บิดให้หมาดๆแล้วใช้ทรีทเม้นท์หมักเลยค่ะ เนิสใช้ L’oreal hair spa nourishing cream bath ตัวนี้เราลองรีเสิร์ชก่อนไปซื้อแล้วรู้สึกว่าผลตอบรับดีมาก เลยเอามาลองใช้เอง ผมนุ่มลื่น ช่วยได้เยอะจริงๆ ใช้หมดไปหลายกระปุกแล้ว ราคากระปุกละ 350-400 ค่ะ หมักคู่กับ Lifeford salon artist hair wax เคลือบให้ผมเงางามและนุ่มขึ้น จะช่วยให้สีติดทนขึ้นด้วย ราคาประมาณ 70-80 บาท ใช้เวลาหมักทั้งหมด 10-15 นาที ค่ะ

6

ขั้นตอนการบำรุง

  1. wella luxe oil for keratin protection ตัวนี้เป็นออยล์ที่ใช้บำรุงผม กลิ่นหอมอ่อนๆกำลังดี เป็นกลิ่นที่ชอบเลย เวลาใช้ก็ใช้ 1-3 ปั๊มแล้วแต่ความหนาของผม ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้แล้วผมนุ่มหวีง่ายขึ้นเยอะ
    .
  2. schwarzkoft bc bonacure color freeze spray conditioner ตัวนี้เป็นสเปรย์ที่ใช้ฉีดบำรุงผม กลิ่นหอมเหมือนกัน มีคุณสมบัติช่วยให้สีติดทนนานยิ่งขึ้น ตอนใช้ก็ไม่ได้ติดทนอะไรขนาดนั้น แล้วใช้แล้วผมหอม นุ่มลื่น
    .
  3. lucido-l treatment oil ( straight ) ทรีทเม้นท์ออยล์สำหรับช่วยให้ผมเราดูตรงสลวยมากขึ้น จากที่เนิสบอกว่าผมเนิสฟู แต่เนิสงดการใช้ความร้อนกับผม เท่ากับว่า หนีบ ไดร์ร้อน ไม่ได้ เลยใช้เจ้าตัวนี้ควบคู่ไปกับตัวอื่น ใส่ตอนผมหมาดๆ พอผมเราแห้งผมเราจะเรียบกว่าปรกติ ไม่ฟูเหมือนตอนก่อนใช้ ช่วยได้เยอะ
    .
  4. schwarzkoft bc bonacure oil miracle rose oil hair & sculp treatment ตัวนี้ดีมาก คือเป็นออยล์ที่โมเลกุลเล็กและสามารถเข้าไปบำรุงผมเราได้ถึงแกนข้างใน ไม่เหนียวเหนอะหนะด้วย ใช้ได้ตลอด ว่างๆก็หยิบมาใส่ผมบ่อยๆได้ค่ะ ผมจะได้ดีขึ้นไวๆ

.
.
.

สีผมเปลี่ยนตลอดทุกครั้งที่สระ อันนี้เป็นภาพโดยรวมเท่าที่ถ่ายเก็บไว้
หากมีไม่ครบต้องขออภัยด้วยนะคะ
.
.
8
การทำผมสีเข้มมันดีตรงที่ ผมจะไม่เฟดไปเร็วค่ะ อย่างน้อยๆสระแต่ละครั้งมันก็ค่อยๆออกทีละนิดๆ เนิสชอบยี่ห้อ loland pixxel มากอ่ะ สีชัดดีจริงๆ ใครที่ดูคลิปทำผม ash grey ไปจะเห็นว่าเนิสใช้แต่ยี่ห้อนี้
.
8-1
จะเห็นว่าภาพซ้ายสุด มันจะมีความน้ำตาลออกมา เพราะโดนไฟสีส้มด้วยแล้วก็จุดนั้นเป็นจุดที่เหลืองมากกว่าจุดอื่น พอลงสีม่วงแล้วเลยกลายเป็นสีออกน้ำตาลๆม่วงๆ
.
.
9
ครั้งนี้เฟดออกพอสมควรแล้วค่ะ สีน้ำตาลเริ่มออกมาชัดขึ้น แต่ยังผสมกับสีม่วงอยู่ พอถูไถไปได้ไม่น่าเกลียด 55 บำรุงทุกวันผมก็ยั่งนิ่มเหมือนเดิมนะ ไม่เสียเท่าไหร่
.
.
10
ตอนนี้คือเหมือนมีสามสีอยู่บนหัวเลย 555 คือสีเทา สีน้ำตาล สีม่วง ซึ่งพอรวมๆกันมันออกเป้นสีชมพูๆ ตอนนี้คือเนิสไปไดร์ผลที่ร้านมาแล้ว ไดร์ร้อนให้ผมเรียบตรง แต่ผมไม่เสียเท่าการหนีบ ก่อนไดร์ควรใช้น้ำยากันความร้อนด้วยนะคะจะได้ช่วยปกป้องผมเราจากความร้อนด้วย จนป่านนี้เนิสก็ยังสระผมด้วยน้ำเย็นเหมือนเดิมค่ะ
.
.
12
สีม่วงเริ่มหลุดออกไปเยอะ ส่วนมากตอนนี้เหลือแค่สีน้ำตาลส้มๆแล้ว แต่ยังมีบางจุดที่ม่วงอยู่ เช่น ข้างหน้า และข้างใน โดยเฉพาะผมตรงที่ขาด ตรงนั้นสีม่วงจะติดทนนานมาก เพราะตอนฟอกคือจุดที่ขาวที่สุด
.
.
13
อันนี้ยังเห็นความม่วงอยู่เลยยยย แต่ผมเริ่มอ่อนลงแล้ว สีน้ำตาลทองชัดขึ้น ผมดำขึ้นมาพอสมควรแล้ว ใกล้ๆโคนจะอ่อนจนเกือบเทาเลยแหละ
.
.
14
ชอบสีตอนนี้มากเลย มันมีความออกเทาม่วงหม่นๆ ถึงจะมีน้ำตาลมาด้วยก็เถอะ 5555 ภาพนี้ไดรผมมานะคะ ตรงสลวยมากกกกกกก ชอบสุดดดดด
.
.
17

16-1
อันนี้สีเริ่มเฟดออกชัดเจนมาก ความทองเริ่มมาาาาาาาา แต่ส่วนตัวยังอยู่ในจุดที่รับได้อยู่
.
.
18
อายตัวเองแปรบบบ นี่มันรูปถ่ายเล่นชัดๆ ดันได้มาใช้ในกระทู้เฉยยยย อันนี้ก็สระครั้งที่ 11 แล้วว สีม่วงคือแทบไม่เห็นละจ้าาาา เหลือแต่ความบลอนด์กับโคนดำๆที่ขึ้นมาใหม่เท่านั้น
.
.
19
สุดท้ายยยยยย มาจากฮาวทูล่าสุดเลย คือทองเหลืองล้ำค่ามาก 55555 แต่ถามว่าชอบไหม ก็ไม่ชอบอ่ะ ก็ว่าจะหาสีใหม่ลงแล้ว อาจจะมีการทำเป็นคลิปมาให้ดูด้วย แต่ยังไม่ชัวร์นะคะ

.
.
.

เอาล่ะ มาสรุปกันเลย ทำผมสีนี้เนิสชอบมาก เพราะรู้สึกว่าเราแต่งหน้าได้หลายลุคดี ละบางลุค สีผมช่วยขับให้หน้าเรามีคาแรคเตอร์ไปกับเมคอัพลุคนั้นๆ เนิสให้ผ่านนน เรื่องสุขภาพผม จากประสบการณ์เนิสที่เคยฟอกสีผมมากสุดประมาณ 5-6 ครั้ง บอกเลยว่าครั้งนี้ เบสิคมากกก ผมเสียยังไม่ได้ 20% ของตอนนั้นเลย แต่อยากแนะนำว่าทุกครั้งที่ตัดสินใจจะทำสี ต้องมั่นใจว่าตัวเองสามารถดูแลผมได้ดีด้วย
.
.
หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจน๊าา ไว้เจอกันใหม่ฮับบบ
thank you 

 

 

 

♡GRUNGE SMOKEY♡ Kylie Lip Kit | Collab with Cherry Chanakarn

cover(1)
สวัสดีค่าาาาทุกคน วันนี้มาแบบ happy เว่อร์ 555 เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะวันนี้มารีวิว matte lipstick ที่ฮอตที่สุดในขณะนี้ค่ะเพราะทำสถิติยอดขายถล่มทลายหมดเกลี้ยงภายใน 30 วินาที !!! ขุ่นพระ !!! ทำได้อย่างไรกัน !! จะเป็นใครไปไม่ได้เล้ยยย นอกจากหนู Kylie Jenner แห่งตระกูลคาร์เดเชียน ที่ตอนนี้ออกไลน์ makeup ซึ่งก็คือ matte lipstick & Lip liner เป็นของตัวเองแล้ว รอบแรกออกมาทั้งหมด 3 สีค่ะ คือสี Candy K , Dolce K and True Brown K 
TD_KylieKit
และล่าสุดหนูไคลี่ออกสีใหม่มาเพิ่มอีก 3 สีค่ะ ก็คือ Koko K , Mary Jo K and Posie K ค่ะ ซึ่งเป็นโทนที่แบบน่าสะสมไว้ทุกสีเลยจริงๆ ราคาไม่โหดอย่างที่คิด แต่ถ้าซื้อครบทุกแท่งก็สามารถจนได้….T^T
Kylie-Cosmetics-LipKit-Art-Nick-Saglimbeni-slickforce-title-glam-black
thank you picture from cr.google

เอาล่ะ!!!! เกริ่นกันไปสักพักละ
เนิสจะบอกว่าเนิสได้ลิปของนางมา 1 สีค่ะ ซึ่งก็คือสี True Brown K ซึ่งได้มาเพราะเข้าไปร่วมกิจกรรมใน Konvy มาค่ะ คือมันว้อนมากกกอ่ะ ถ้าได้มาจะเอามาบูชา 55555 ไม่กล้าใช้เลยกลัวจะหมด หาซื้อยากมากกกกกจริงๆ ได้มาแค่สีเดียวก็ดีใจล้นเหลือออออ
1
2
อันนี้ก็จะเป็นด้านหน้าและหลังของตัว packaging ค่ะ ข้างในก็แพคมาค่อนข้างดี โปรดักไม่เสียหายแต่อย่างใด ในกล่องบรรจุ lip liner และ matte liquid lipstick ค่ะ

Kylie Lip liner ( True Brown K )
3
4
ตัวนี้เป็นลิปไลน์เนอร์จ้า เนิสเคยโพสลงไอจีไปแล้วช่วงที่ได้มาใหม่ๆ เห็นสภาพหัวทู่ๆแบบนี้คือเนิสใช้ไปแล้วค่ะ แต่ก่อนหน้านั้นไม่ได้ถ่ายรีวิวเก็บไว้ ขออภัยด้วยที่ไม่มีสภาพก่อนใช้ให้ดูค่ะ ซึ่งพอมันกุดเนี่ยต้องเหลาเอานะคะ ไม่สามารถหมุนได้ ตัวนี้ไม่ได้ติดทนนะคะ แต่เอาไว้วาดขอบปากเพื่อให้ลงลิปแมตต์ได้ง่ายขึ้น ถ้าเอามือถูก็หลุดค่ะ
กลิ่นไม่ค่อยชัดค่ะเลยไม่แน่ใจ แต่ถ้าดมเผินๆก็ไม่ได้กลิ่น

Kylie Matte Liquid Lipstick ( True Brown K )
5
6
ตัวนี้เด็ดดดด!! คือเป็นลิปจิ้มจุ่มที่พอแห้งแล้วเนื้อจะแมตต์ หลังจากใช้แล้วรู้สึกว่าปากมันแมตต์แต่ไม่แห้งเกินไป และไม่รู้สึกหนึบหนับที่ปากให้รำคาญใจเลย มีกลิ่นหอมหวานแบบช็อคโกแลตน่ากิน ระดับความติดทนนั้น ให้ 5/5 แต่ว่าข้างในริมฝีปากเราตรงที่มันแฉะตลอดเวลาค่ะ ตรงนั้นมันจะมีหลุดบ้างแต่เราก็สามารถเติมเพิ่มได้

SWATCH
7

HOWTO

วันนี้เนิสก็แถมฮาวทูมาด้วยค่า ว่าเนิสใช้ลิปสีนี้ในการครีเอทลุคยังไงบ้าง ซึ่งสีนี้มันเป็นสีที่ค่อนข้างทาแล้วต้องมั่นใจ เพราะมันเป็นโทนดาร์กที่ไม่ใช่แบบใช้ในชีวิตประจำวันได้ทุกวัน ใครที่สนใจก็กดดูได้เลยค่า ปล.ฮาวทูนี้เนิสทำ collap กับพี่เชอร์รี่ Cherry Chanakarn ว่าถ้าเราใช้สีลิปสีเดียวกันจะครีเอทออกมาเป็นลุคไหนได้บ้าง หวังว่าจะ enjoy น๊าาาา

more pictures
b
c
d
f

Thank you for watching
camera : canon60D

 

 

 

REVIEW U✮STAR | concealer shading lipstick foundation

1

สวัสดีค่าทู้กกกกคน  พบกับเนิสอีกเช่นเคยนะคะ วันนี้เนิสจะมารีวิวเครื่องสำอางค์แบรนด์ไทยที่ราคาถูกและดีที่เนิสได้ลองใช้แล้วอยากจะบอกต่อมากๆ เพราะมันถูกและคุณภาพเกินราคาาาาาา ตอนแรกคือไม่คิดว่ามันจะดีขนาดนี้ ก็ซื้อมาลองเพราะเราเข้า Tops บ่อย เดินๆโซนเครื่องสำอางค์ก็เห็นแบรนด์ Ustar วางขายเอาไว้ ( ใน seven ก็มี ) แพกเกจจิ้งดูดี ที่สอยมาจะเป็นตัวที่เนิสคิดว่ามันน่าสนใจ อาทิเช่น ตลับคอนทัวร์ ลิปสติกเนื้อแมตต์ และรองพื้นแบบหลอดเล็กๆที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้สะดวก โดยเฉพาะตัวรองพื้นเนี่ย น่าสนใจมากเพราะเราไม่ค่อยเห็นรองพื้นขนาดแบบนี้วางขาย จะมีแต่ขวดหรือหลอดใหญ่ๆทั้งนั้นเลย ไปชมรีวิวกันดีกว่าค่ะ

✮ Ustar zignature runway 3 in 1 perfect concealer ✮

2

คุณสมบัติ  ตัวนี้เป็นคอนซีลเลอร์ 3 หลุม จะมี highlight concealer shading ซึ่งครบเลย ไม่ต้องพกหลายตลับอีกต่อไป 5555 เรื่องเฉดสีว่ามีกี่เฉดเนิสไม่แน่ใจเพราะเวลาไปซื้อก็จะเจอแค่บางเฉดเท่านั้น เลยไม่ทราบว่าจริงๆแล้วเค้ามีกี่เฉดกันแน่ ( เฉดนี้เนิสใช้พอดีเลย ผิวขาวเหลืองใช้ได้นะคะ ) ตัว texture ของตัวนี้ค่อนข้างจะเหลวนิดๆ คล้ายคอนซีลเลอร์แบบลิขวิด คือไม่ได้ครีมมี่หนาเตอะ ทำให้เวลาเกลี่ยมันจะค่อนข้างง่าย ไม่ค่อยตกร่อง
คะแนนความพึงพอใจ 4/5  ชอบที่เนื้อมันเกลี่ยง่ายโดยเฉพาะเฉดดิ้ง สุดยอดดดด รักมาก
ราคา 290 บาท

✮ U star  zignature runway high coverage foundation spf 30 pa+++ ✮

3

คุณสมบัติ เป็นรองพื้นแบบหลอดบีบ สีเบจซึ่งเค้าบอกว่าเข้าได้กับทุกสีผิว ( ไม่รู้จริงไหมนะ ต้องลองให้คนผิวสีต่างกันมาลองดู แต่ของเนิสนี่ใช้ได้พอดีเป๊ะๆเลย ) ความรู้สึกเนิสว่ามันปกปิดได้มากกว่าบีบีนะแต่ไม่ได้หนามาก คือต่อให้เค้าจะบอกว่ามัน high coverage แต่มันก็ไม่ได้ปกปิดได้หม๊ดดดดขนาดนั้นค่ะ แต่ใช้แล้วหน้าไบรท์ขึ้น สีผิวสม่ำเสมอเท่ากันทั้งหน้าดี เนื้อ texture มีความเข้มข้นแต่ไม่หนืด ใช้กับฟองน้ำแล้วดีมากๆ ( สกิลการใช้มือเกลี่ยรองพื้นของเนิสไม่ค่อยดีเท่าไหร่ )
คะแนนความพึงพอใจ 4/5 เพราะรู้สึกว่ามันเป็นรองพื้นที่โอเคและพกพาสะดวก คุ้มค่ากับราคา
ราคา 200 บาท

 

✮ U star  zignature runway long wearing lipstick ✮

4

คุณสมบัติ  เป็นลิปสติกเนื้อแมตต์ ที่ไม่ได้แมตต์เวอร์แต่ยังมีความชุ่มชื้นอยู่ เนื้อค่อนข้างครีมมี่ พิกเม้นแน่น ปาดรอบสองรอบก็ปัง เราชอบสีแดงมากที่สุดเพราะมันคือแดงมาร์ซาล่าที่สวยมว๊ากกกกก ลองแล้วติดใจเลย ลิปแดงที่มีอยู่ในกรุตอนนี้ยังสวยสู้ไม่ได้ แต่สีอื่นเราเฉยๆนะ สีที่เห็นใน tops มีไม่ค่อยเยอะ ส่วนใหญ่มีแค่สามสีนี้เอง
ติดทน  3.5/5 ( ใช้ทิชชู่ซับสองสามรอบ ติดทนกว่าเดิม )
คะแนนความพึงพอใจ 3.5/5
ราคา 300 บาท  ( ป้ายเค้าบอกมางี้นะ แต่เวลาซื้อ เนิสซื้อแค่ 1xx เอง )

นี่คือ 3 สิ่งที่ตำมาละรู้สึกว่าคุ้มค่าจนอยากบอกต่อค่ะ  ละเนิสก็มีภาพการใช้จริงๆมาฝากด้วย ซึ่งเนิสชอบมากจริงๆ จนอยากทำให้ดูชัดๆเลยอ่ะว่ามันใช้แล้วเป็นยังไงบ้าง ไปชมกันเยย

5

ลงรองพื้น แล้วใช้ฟองน้ำช่วยเกลี่ยค่ะ เห็นความต่างไหม คือผิวดูสว่างขึ้น สม่ำเสมอขึ้นมาทันที หน้าไม่วอกไม่เทาด้วย รักกกกกกกกกกก คือใช้ในวันสบายๆได้ดีมาก คุมมันได้ระดับหนึ่ง ถ้าใช้ไพรเมอร์ที่ช่วยคุมมันด้วยก็จะดีกว่าเดิม

7

ตัวนี้เนิสใช้คอนซีลเลอร์ 3 หลุมค่ะ เนิสใช้สี highlight & concealer ผสมกัน ในการปิดใต้ตา ร่องแก้ม และไฮไลท์เป็นจุดๆไป ส่วน shading ก็ใช้ทั่วกรอบหน้าและไล้สันจมูกค่ะ

8

ฟรึบบบบบบบ เกลี่ยด้วยฟองน้ำเสร็จหน้าก็จะพุ่ง ดูมีมิติขึ้นทันที ยิ่งเนิสเป็นคนชอบแต่งหน้าสไตล์ฝรั่งแล้ว การคอนทัวร์นี่สำคัญมากๆ ถ้าเราคอนทัวร์ตั้งแต่ลงรองพื้น เวลาที่เราไปคอนทัวร์แบบฝุ่นอีกที จะทำให้มันดูเป็นธรรมชาติมากกว่าการปัดแบบฝุ่นเพียงอย่างเดียว

thumb_IMG_5454_1024

ลุคนี้เนิสแต่งตาใช้ 252 palette จาก coastal scents ค่ะ  ปัดแก้มของ passionville สี 08 ลิปสติก U star long wearing lipstick สี 09 red wine marsala ( สีแดงสวยม๊วกกกกกกก เนิสซับทิชชู่สองสามครั้ง ติดทนขึ้นเยอะค่ะ ) ขนตาของ diary sweet 106 ติด 2 ชั้น  อายไลน์เนอร์ bisous bisous liquid liner  / contact lens : mini nobluk grey ที่เขียนคิ้วของ catrice eye brow set

thumb_IMG_5460_1024

thumb_IMG_5459_1024

ขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาชมรีวิวนะคะ ไว้ผ่านช่วงสอบไฟนอล จะได้เจอเนิสบ่อยๆแน่นอนค่า จะเอาของถูกและดีมาฝากอีกเยอะๆ ( มีแพลนจะทำหลายอย่างมากกก ยังไมไ่ด้ทำสักที )

see ya ! Thanks for visiting my blog
camera : canon 60D

 

 

 

review&mini howto | Smokey in normal day : Sigma Smoke Screen palette

cover

สวัสดีค่า หลังจากที่เราดูฮาวทูไปเย๊ออออแยะ เราจะมาพักเบรกกันกับรีวิวพาเลตแต่งตาสวยๆ แต่งได้ทั้งลุค Natural ยันไปถึง Smokey กันเลยในพาเลทเดียว จาก Sigma ตัวนี้ที่เนิสเลือกมาจะเป็นตัว SMOKE SCREEN (12 shades) นะคะ ซึ่งจริงๆเค้าจะมีทั้งหมด 2 โทนอ่านะคะจากที่เนิสหาข้อมูลมา อีกพาเลทนึงจะเป็น Warm Nuetrals ซึ่งโทนจะออกแนวชมพูน้ำตาลแต่งได้ทุกวัน ซึ่งชอบมากๆใครที่ติดตามพี่มอส Mossster จะเห็นว่าพี่เค้ารีวิวตัว Warm Nuetrals ซึ่งสีสวยมากๆเลยในความรู้สึกของเนิส เนิสจะไปซื้อเพิ่ม 5555 ไม่ล้อเล่น นี่จริงจัง ;p

เราจะมาดูภาพรวมๆของพาเลทนี้กันคร่าาาา
L E T ‘ S  T O U R

2

3

ด้านหลังตลับมีข้อมูลอื่นๆรวมทั้งชื่อของสีอายแชโดว์บอกไว้ด้วยค่ะ

4

6

7

5

8

มีทั้งเนื้อ matte และ shimmer ครบครันในการครีเอทลุค รวมถึงกระจกส่องดีๆมาด้วย คุ้มค่าในการครอบครอง

9

zoom กันชัดๆเบยว่าสีมันเป็นยังไง มี texture ตัวอักษร Sigma ด้วย

10

ขนาดพอดี พกพาสะดวก ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไป

S W A T C H

แถวที่ 1

11

แถวที่ 2

12

แถวที่ 3

13

M I N I   H O W T O

เนิสจะครีเอทลุคออกมาเป็นแนวสโมกกี้ให้เข้ากับพาเลทนะคะ ใครที่รักการเบลนฟุ้งๆคงชอบลุคนี้ เพราะว่าการทำสโมกกี้ก็ใช้ทักษะการเบลนค่อนข้างเยอะนะคะ แต่ฝึกบ่อยๆแล้วเราจะชินเองค่า ลุคนี้แต่งไม่ยากด้วยน๊า ไปชมกันเลยจ้ะ

5 copy

collage1

1. ใช้สี A ลงให้ทั่วเปลือกตา โดยเว้นช่วงโหนกคิ้วเอาไว้
2. ใช้สี B ในการลงในส่วนหางตาพร้อมใช้แปรงเบลนคัดเบ้าให้ฟุ้งออก
3. ติดเทปตาสองชั้น แล้วใช้สี C ทับในส่วนของกลางเปลือกตาเพื่อกลบรอยเทป
4. ใช้สี E ลงซ้ำช่วงตรงที่คัดเบ้าให้ดูสโมกมากขึ้น ต้องเบลนให้ดีๆนะคะ ใช้เทคนิคการเบลนเยอะนิดนึงนะจ้ะ
5. ใช้สี D ในทาไฮไลท์หัวตาทั้งข้างล่างและข้างบน
6. ใช้เจลไลน์เนอร์แบบดินสอเขียนโคนขนตาบน และอินเนอร์ตาล่าง พร้อมใช้แปรงจิ้มสี E มากรีดเป็นไลน์เนอร์ไม่ต้องวิงมาก
7. ติดขนตาปลอมบอกต่อ p-048

F I N I S H E D   L O O K

เนิสแต่งในโทนที่เนิสค่อนข้างชอบนะคะ คือเนิสคิดว่าเนิสไม่ได้เหมาะกับการสโมกกี้ดำเว่อร์ๆ แต่จะเหมาะกับโทนม่วงๆน้ำตาลๆเทาๆ อะไรแบบนี้มากกว่าค่ะ ก็นั่งงมกับตัวเองมานานอยู่เหมือนกัน กว่าจะหาสิ่งที่เข้ากับตัวเองได้จริงๆ 555 หวังว่าน่าจะชอบกันนะคะ

thumb_IMG_2099_1024 copythumb_IMG_2100_1024 copythumb_IMG_2104_1024 copythumb_IMG_2106_1024 copythumb_IMG_2103_1024 copythumb_IMG_2105_1024 copyความรู้สึกหลังการใช้ เนิสคิดว่าส่วนตัวแล้วเนื้ออายแชโดว์สีค่อนข้างชัด แต่เนื้ออาจจะฝุ่นไปนิดหน่อย เวลาใช้กับแปรงจิ้มๆและต้องเคาะออกเพื่อกันการ fall out ของอายแชโดว์ ซึ่งพอเนิสลงสีไปแล้วแล้วใช้แปรงเบลน ปรากฏว่าพอเบลนแล้วสีค่อนข้างจะออกมาสวยเลย คือตอนแรกนึกว่าจะไม่ค่อยติด แต่ภาพรวมถึงว่าโอเคนะคะ ใช้ทิชชู่เปียกปาดทีเดียวแล้วหลุดไปแค่นิดเดียวเอง ถือว่าติดทนพอสมควรเลย
ข้อดี สีส่วนใหญ่ค่อนข้างจะชัด เบลนออกมาแล้วสวย มีทั้งเนื้อแมทและชิมเมอร์ สามารถแต่งได้ทั้งลุค natural และ smokey ในตลับเดียว ซึ่งตอบโจทย์ผู้หญิงอย่างเรามากๆ มีกระจกให้ด้วย ปลื้มตรงนี้ และแพคเกจจิ้งแข็งแรง มีแม่เหล็กดูดกันปิดสนิท ตลับพอดีมือ พกพาสะดวก ตัวนี้จะไม่ใส่พาราเบน แต่ใส่ pheonoxyethanol แทน เป็นสารกันเสียที่ปลอดภัยที่สุด ผิวแพ้ง่ายใช้ได้จ้า อ่านมาจากเว็ป 555
ข้อเสีย  บางสีที่สีอ่อนๆต้องย้ำหลายๆรอบหน่อยเพราะถ้ารอบเดียวอาจจะมองเห็นไม่ชัด มีการ fall out ของสีบ้างเล็กน้อย
ราคา 1,510 บาท ราคารับได้เพราะถ้าเทียบกับตัวเฉดสีที่ได้มาถึงว่าคุ้ม
สถานที่จำหน่าย  https://www.facebook.com/lashesthailand

วันนี้ขอจบการรีวิวและมินิฮาวทูเพียงเท่านี้นะค๊า หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับสาวๆที่สนใจนะคะ เนิสตั้งใจถ่ายรูปมากๆ อยากให้ได้เห็นภาพสวยๆกันนะคะ ไว้เจอกันใหม่ฮาวทูหน้านะคะ เลิฟฟฟฟค่ะทุกคน ❤

camera : canon60D
app : PS / Photoscape / Vscocam
contact lens : mini nobluk grey